อวิ๋นโส่วจงดีใจยิ่งกว่าก็คือ หลังจากที่เจียวเอ๋อร์หายป่วย นางก็เปลี่ยนเป็นเด็กร่าเริงขึ้นมา ฉะนั้นหากเจียวเอ๋อร์อยากออกไปเดินเล่น ก็ให้นางไปเถิด ตราบใดที่นางมีความสุขก็เพียงพอแล้ว
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ!” อวิ๋นเจียวยิ้มกว้างให้ฟางซื่อ ก่อนจะหันหลังกลับไปปีนขึ้นเตียงเพื่อค้นหาเสื้อผ้าในหีบ
ฟางซื่อเอ็ดอย่างเอ็นดู “กินข้าวก่อนสิ กินข้าวเสร็จแล้วค่อยเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูเจ้าสิรีบร้อนไปได้”
เนื่องจากพวกเขาไม่มีห้องครัว และหลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืน พวกเขาคงไม่หวังจะไปกินข้าวที่บ้านใหญ่อีก ดังนั้นอาหารเช้านี้จึงเป็นเพียงขนมที่ซื้อติดมือมาจากระหว่างทางกับโจ๊กร้อนที่ชุนเหมยต้มให้
สามพี่น้องกินข้าวเช้าเสร็จอย่างเร่งรีบ อวิ๋นเจียวเลือกสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อดีสีฟ้าอ่อน ทั้งคอเสื้อ แขนเสื้อ และสาบเสื้อปักลวดลายดอกไม้ที่พันสลับกันไปมา ส่วนชายกระโปรงปักลวดลายดอกกุหลาบเฉียงเวย
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวอวิ๋นโส่วจงในเมืองหลวงนั้นนับว่าธรรมดา พวกเขาเช่าบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล ปกติแล้วทั้งสองสามีภรรยาใช้ชีวิตอย่างประหยัด เสื้อผ้าของฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจงนั้น สองสามปีถึงจะซื้อใหม่สักครั้ง
เพียงแต่ไม่ว่าสองสามีภรรยาจะประหยัดเพียงใด ก็ไม่เคยละเลยลูกๆ ทั้งสาม