“ท่านพ่อ คนตระกูลอวิ๋นใจร้ายเกินไปแล้ว พวกเขาถึงกับกล้าคิดจะแย่งของของเจียวเอ๋อร์! ทั้งยังอยากให้เรามอบทรัพย์สินทั้งหมดให้พวกเขาอีก! แถมยังอยากให้ข้ากับพี่ใหญ่ลงไปทำงานในไร่ให้พวกเขาด้วย พวกเขาคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน!”
พอกลับมาถึงห้อง อวิ๋นฉี่ซานก็โพล่งออกมาด้วยความโมโห สิ่งที่ทำให้เขายอมรับไม่ได้มากที่สุดก็คือ อวิ๋นเหมยเอ๋อร์กับยายแก่คนนั้นกล้าคิดจะปล้นของของเจียวเอ๋อร์
“ท่านพ่อ หากพวกเรายังอยู่ในตระกูลอวิ๋น อีกไม่นานข้ากับน้องชายคงต้องกลายเป็นเหมือนพี่ฉี่ชิ่งกับพี่ฉี่เสียง ส่วนเจียวเอ๋อร์ก็ต้องกลายเป็นเหมือนอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์แน่ๆ เลยขอรับ”
อวิ๋นฉี่เยว่มองอวิ๋นโส่วจง พลางเอ่ยความจริงที่ทุกคนคาดเดาได้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ต่อให้อวิ๋นฉี่เยว่จะดูเป็นผู้ใหญ่มากแค่ไหน แต่เขาก็เป็นเพียงเด็กอายุสิบสามปีเท่านั้น
อวิ๋นเจียวมองเห็นความกังวลในดวงตาที่ไร้คลื่นลมของพี่ชาย จึงแกล้งหาวออกมาเบาๆ พลางพูดว่า “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ท่านพ่อท่านแม่ต้องมีแผนการรับมืออยู่แล้ว!” จากนั้นนางก็หันไปมองฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจง พลางถามด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อเห็นบุตรสาวรู้ความเช่นนี้ ความหดหู่ในใจของฟางซื่อพลันมลายหายไปมากกว่าครึ่ง นางกอดบุตรสาวพลางเอ่ย