ด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว เจียวเอ๋อร์ของพวกเราพูดถูก!”
อวิ๋นโส่วจงก็ยิ้มออกมาเช่นกัน “เจียวเอ๋อร์รู้ความแล้ว!”
อวิ๋นเจียวเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว ข้าฉลาดกว่าพี่ใหญ่กับพี่รองมากเลยนะเจ้าคะ!”
“ใช่ๆ เจียวเอ๋อร์ฉลาดกว่าข้า! ข้าว่านางฉลาดกว่าพี่ใหญ่ด้วยซ้ำ!” อวิ๋นฉี่ซานรีบเอ่ยประจบประแจงน้องสาวทันที ส่วนอวิ๋นฉี่เยว่แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาเอ็นดูก็แสดงออกอย่างชัดเจน
“นายท่าน ฮูหยิน ข้าต้มโจ๊กและอุ่นแป้งแผ่นไว้ให้แล้วเจ้าค่ะ” ชุนเหมยกับอากุ้ยได้ยินเสียงดังโหวกเหวกจากในห้องโถง พอรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี ชุนเหมยจึงรีบกลับมาเตรียมอาหาร
ทุกคนในครอบครัวกินอะไรพออิ่มท้อง จากนั้นก็อาบน้ำล้างหน้าแล้วเข้านอน ฉี่เยว่กับฉี่ซานพักที่ห้องข้างๆ อากุ้ยนอนเฝ้าพวกเขาอยู่ที่ห้องด้านนอก ส่วนอวิ๋นเจียวนอนกับฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงที่ห้องเดียวกัน โดยให้ชุนเหมยพานางไปนอนที่ห้องด้านใน ส่วนสองสามีภรรยานอนที่ห้องด้านนอก
“เจียวเอ๋อร์หลับไปตอนไหนกัน?” ฟางซื่อมองบุตรสาวที่นอนขดเป็นก้อนกลมบนเตียง รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งชัดเจนยิ่งขึ้น
ชุนเหมยตอบ “หลับไปนานแล้วเจ้าค่ะ”
“อืม เช่นนั้นเจ้าก็รีบเข้านอนเถิด” พูดจบฟางซื่อก็เดินออกไปที่ห้องด้านนอก
ฟางซื่อนอนอยู่บนเตียงเงียบๆ อยู่นาน สุดท้ายอวิ๋นโส่วจงก็เป็นฝ่