ายเอ่ยขึ้นก่อน “เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่มีทางปล่อยให้ลูกๆ ของเราต้องลำบากเด็ดขาด”
ฟางซื่อพูด “ข้ารู้ แต่ตระกูลอวิ๋น… พวกเราปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่ ต่อไปคงต้องข้องเกี่ยวกับตระกูลอวิ๋นอีกมาก”
อวิ๋นโส่วจงพูด “ไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่ใช่คนไม่รู้หนักเบา อย่าว่าแต่เพื่อลูกชายทั้งสองคนเลย ต่อให้เพื่อเจียวเอ๋อร์ ข้าก็ไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ เด็ดขาด”
ฟางซื่อถอนหายใจ “เฮ้อ… ข้าว่านะ แม่เลี้ยงของท่านคงไม่เห็นว่าพวกท่านสองพี่น้องเป็นคนหรอก”
อวิ๋นโส่วจงดึงฟางซื่อเข้ามาในอ้อมกอด แล้วเอ่ยอย่างจนใจ “ต่อไปนี้เจ้าก็ช่วยดูแลพี่สะใภ้ใหญ่กับหลานชายทั้งสองคนให้มากหน่อย ลำบากเจ้าแล้ว!” หากพี่ใหญ่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต่อให้เขาจะช่วยเหลืออย่างไร ครอบครัวพี่ใหญ่ก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากหล่มโคลนของตระกูลอวิ๋นได้
ฟางซื่อซุกตัวในอ้อมกอดของเขา พยักหน้าเบาๆ “อืม เรื่องนี้ไม่ต้องให้ท่านบอกข้าก็รู้ แต่ตอนนี้ข้ากังวลว่าเงินที่พวกเรามีติดตัวเหลือไม่มากแล้ว ดูจากท่าทางของเถาซื่อ ยังไงพวกเราก็คงต้องเสียเงินอีกไม่น้อย”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ย “…เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ บ้านเกิดของข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องพาเจ้ากับลูกๆ ไปตั้งรกรากที่อื่น นอนเถิด พวกเราพักอยู่ที่ตระกูลอวิ๋นไปก่อนสักสองสามวัน รอจนกว่าเรื่