า จริงๆ แล้วอวิ๋นเจียววางแผนไว้หมดแล้ว ในแคว้นต้าเยี่ยนั้นให้ความสำคัญกับชนชั้นเป็นลำดับขั้น คือ ชนชั้นปกครอง ชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า แม้พ่อค้าจะมีฐานะร่ำรวย แต่กลับมีสถานะทางสังคมต่ำที่สุด ดังนั้นนางจึงคิดว่าจะเริ่มต้นจากการเกษตร เพราะนางมีเถาเป่า สามารถซื้อเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ที่ให้ผลผลิตสูงได้
ก่อนหน้านี้นางเคยถามอวิ๋นโส่วจงเกี่ยวกับระดับการทำการเกษตรของแคว้นต้าเยี่ยมาบ้างแล้ว แม้ข้าวจะสามารถปลูกได้ปีละสองครั้ง แต่ผลผลิตต่อหมู่กลับมีเพียงหนึ่งร้อยถึงสองร้อยจินเท่านั้น หลังจากหักภาษีที่ต้องจ่ายให้กับทางการแล้ว ข้าวที่ชาวนาเหลือก็ไม่มากนัก
ชาวนาในยุคนี้ หากเป็นปีที่ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ทุกคนก็ได้กินแต่อาหารหยาบๆ พอกรอกท้องไปวันๆ เท่านั้น หากประสบภัยพิบัติ เบาหน่อยก็เพียงแค่หิวโหย ร้ายแรงหน่อยก็ต้องขายลูกขายเมีย บางคนก็ถึงขั้นอดตายก็มิใช่น้อย
ในยุคที่แม้แต่ความอิ่มท้องยังไม่สามารถแก้ไขได้ ในยุคที่ขาดแคลนอาหารอย่างหนัก อวิ๋นเจียวรู้ดีว่าเมล็ดพันธุ์พืชผลผลิตสูงมีความหมายต่อราชสำนักมากเพียงใด ต้องรู้ว่าเมื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพันาไปจนถึงยุคปัจจุบัน ผลผลิตข้าวต่อหมู่สามารถสูงถึงหนึ่งพันถึงสองพันจิน นอกจากนี้ยังมีข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเหลือง ผักกวางตุ้ง ซึ่งผลผลิตของเมล็ดพันธุ์เหล่านี้สูง