งสองของเขาหน้าตางดงามน่ารัก ยิ่งมองยิ่งถูกใจโดยแท้
ส่วนอวิ๋นเจียวที่ถูกมองข้ามกลับไม่ใส่ใจ เพราะขนาดแถบชนบทในยุคปัจจุบันยังมีการเลือกปฏิบัติทางเพศอยู่เลย นับประสาอะไรกับในยุคโบราณเช่นนี้
หลังจากคำนับสองผู้เ่าเรียบร้อยแล้ว ต่อไปก็ต้องทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ในตระกูลอวิ๋น เนื่องจากก่อนหน้านี้ท่านแม่ได้เล่าเรื่องราวของตระกูลอวิ๋นให้ฟังแล้ว ดังนั้นอวิ๋นเจียวเพียงแค่ต้องจดจำใบหน้าของแต่ละคนให้ตรงกับชื่อเท่านั้น
แต่มีจุดหนึ่งที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยคือ นางมีญาติผู้ใหญ่เพิ่มขึ้นมาสองคนคืออวิ๋นโส่วหลี่และอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ ทั้งสองคนเกิดหลังจากที่อวิ๋นโส่วจงออกจากบ้านไป
อีกอย่างก็คืออวิ๋นโส่วหลี่ศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาเอกชนในตำบล ปกติไม่ค่อยได้กลับบ้าน ส่วนอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็แต่งงานไปแล้ว ทั้งยังแต่งออกไปกับพ่อค้าในตำบล ฉะนั้นนางจึงไม่มีโอกาสได้พบทั้งสองคนนี้
หลังจากทักทายทุกคนแล้ว อวิ๋นเจียวรอให้ฟางซื่อนั่งลงจากนั้นก็เดินไปซุกตัวในอ้อมกอดของฟางซื่อ
ขณะนั้น พี่ชายคนโตของตระกูลอวิ๋นก็ช่วยอากุ้ยยกหีบไม้สองใบที่ฟางซื่อพูดถึงเข้ามา เมื่อเห็นว่ามีเพียงสองใบ บางคนในห้องโถงก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา โดยเฉพาะเถาซื่อและอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ที่แสดงออกมาชัดเจนที่สุด
“การเดินทางยาวไกล อีกทั้งยังต้องพาครอบ