เลย เวลานี้เมิ่งซีโจวเพียงอยากรีบมุ่งหน้าไปยังตำหนักองค์หญิงใหญ่ให้เร็วที่สุด
ทว่าเพิ่งเลี้ยวผ่านหัวมุมถนน ร่างหนึ่งในอาภรณ์สีม่วงสดเจิดจ้าจนแสบตา ก็พลันพุ่งเข้ามาในสายตาของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว!
กวนจื่ออี้!
นับเป็นปีชงของนางอย่างแท้จริง เคราะห์ร้ายแรกยังไม่ทันจางหาย เคราะห์ใหม่ก็ถาโถมเข้ามาอีกระลอกแล้ว!
เพียงเห็นชุดแพรพรรณหรูหราที่ดูคล้ายปักขนนกยูงไว้ทั้งตัวเช่นนั้น หนังศีรษะของเมิ่งซีโจวก็ถึงกับชาวูบไปครึ่งซีก ด้วยสัญชาติญาณ นางจึงคิดจะหันหลังหลบหนีในทันที
ทว่าน่าเสียดาย ดวงตาดอกท้อคู่นั้นของกวนจื่ออี้กลับไวเสียยิ่งกว่าอะไร! เงาร่างของเมิ่งซีโจวเพิ่งวูบผ่านตรงหัวมุมไป เขาก็รีบส่งเสียงเรียกขึ้นทันควัน น้ำเสียงยังคงแฝงความเจ้าชู้หยอกเย้าและสนิทสนมอย่างเคย
“ซีโจว! หยุดก่อน!”
ท่าทีที่กำลังจะหลบหนีของเมิ่งซีโจวพลันต้องแข็งค้าง นางจำต้องหมุนกายกลับมาอย่างจนใจ บนใบหน้าฉายปรากฏความรู้สึกประหลาดใจอย่างพอดี
“คุณชายกวนรึ? ช่างบังเอิญโดยแท้… เราสองพบกันได้ทุกหนทุกแห่งจริงๆ”
นางหยิบยกคำพูดของจ้าวหังเมื่อครู่มากล่าวด้วยความหงุดหงิดใจ
กวนจื่ออี้ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึงหน้านางแล้ว เขาพยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งสว่างสดใสเสียเต็มประดา
“ฮ่าฮ่า… ใช่หรือไม่เล่า? นี่ล่ะคือพรหมลิขิต