งได้เคยกล่าวไว้ว่า
“ข้าคิดว่า…ยามที่เราพบกันครั้งหน้า ท่านจะมาสู่ขอข้าเสียอีก…”
วาจาประโยคนั้น ประหนึ่งเมล็ดพันธุ์เม็ดหนึ่ง ที่หยั่งรากลงไปในก้นบึ้งหัวใจของเขาอย่างเงียบเชียบมานานแล้ว
ครานี้ แรงผลักดันบางอย่างพลันบีบกำหัวใจของเขาไว้รุนแรง ทำให้เขาแทบมิทันได้ไตร่ตรอง ก็โพล่งถามออกไปว่า
“วาจาที่ท่านได้เคยเอ่ยไว้คราวก่อน…ยังคงเป็นเช่นนั้นหรือไม่?”
ถามจบ เขาก็กลั้นลมหายใจ ดวงตาจับจ้องมองเมิ่งซีโจวแน่นิ่งไม่กะพริบ เฝ้ารอคอยคำตอบจากปากของนาง
เมิ่งซีโจวชะงักงันไปเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นงุนงงไปชั่วขณะ ซึ่งยากนักที่จะเกิดขึ้น
คราวก่อน? คำพูดอันใด?
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็พลันนึกขึ้นได้ เขาคงจะหมายถึงเรื่อง ‘มาสู่ขอ’ ที่นางเคยเอ่ยไว้เมื่อครั้งแสดงเกินบทบาทไปครานั้นเป็นแน่
นางพลันรู้สึกขึ้นทันทีว่า บุรุษผู้นี้ช่างเหลวไหลและปัญญาอ่อนยิ่งนัก!
ทั้งที่บัดนี้ จิตใจของเขายังคงลังเลไม่อาจตัดสินใจได้ ว่าระหว่างนางกับเมิ่งหนานอี้สองพี่น้อง ตนจะเลือกผู้ใด ทั้งที่ความคิดจิตใจของเขายังคงยุ่งเหยิงไม่กระจ่างอยู่แท้ๆ แต่ดูเขาทำสิ? กลับยังมีหน้าฝันใฝ่ใคร่รักในตัวนาง!
“คุณชายฉู่…” สีหน้าของเมิ่งซีโจวแปรเปลี่ยนไป น้ำเสียงก็เย็นเยียบลงทันใดเช่นกัน“ก่อนท่านจะเอ่ยถามเช่นนี้ ท่านควร… ต้องแย