ยงได้สะท้อนอยู่ในกระจก นางก็ถึงกับตกใจจนมือไม้สั่น แทบจะทำปิ่นทองในมือร่วงหล่นลงพื้นไป
“ฉู่เซียวรึ?!” นางหันกายกลับมา ยกมือขึ้นตบอกตนเองอย่างเสียขวัญ น้ำเสียงแฝงแววตัดพ้ออยู่หลายส่วน “ครึ่งเดือนมานี้เจ้าไปเน่าตายอยู่ที่ใดกัน? แม้แต่ข่าวคราวสักนิดก็มิเคยส่งมา!”
ฉู่เซียวยืนนิ่งใบหน้าอึมครึมอยู่ในเงามืด มิได้ตอบคำถามของนาง
ทว่าเมิ่งหนานอี้กลับหาได้ถือสาอาการเงียบงันนี้ของเขาไม่ เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะเป็นเช่นนี้
ฮูหยินเมิ่งมาดาของนางกลับมากุมอำนาจอีกคราแล้ว เงาทะมึนที่เคยปกคลุมอยู่เหนือศีรษะของนางพลันสลายสิ้น วันคืนอันแสนสุขสบายได้หวนคืนสู่ตนแล้ว ยามนี้ นางจึงเป็นคุณหนูสายตรงผู้สูงส่งเหนือใครๆ ที่ไร้ทุกข์ไร้กังวลแห่งจวนโหวดังเดิมแล้ว!
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ มารดาแอบบอกเล่าแผนการให้นางฟังเมื่อคืนนี้ — นังแพศยาเมิ่งซีโจวผู้นั้น อีกไม่นานก็จะต้องได้รับเคราะห์ร้ายครั้งใหญ่แล้ว!
เพียงนึกถึงจุดจบอันน่าสังเวชที่เมิ่งซีโจวกำลังจะต้องเผชิญ เมิ่งหนานอี้ก็ตื่นเต้นเสียจนแทบหลุดหัวเราะออกมา กระทั่งยามมองฉู่เซียวที่หายหน้าไปหลายวันมานี้ ก็ยังรู้สึกว่าเขาดูเข้าตาขึ้นไม่น้อย
นางถึงขั้นรู้สึกว่า เมื่อมีมารดาอยู่ข้างกายเช่นนี้แล้ว เรื่องที่ฉู่เซียวจะไปสังหารเมิ่งซีโจวหรือไม่นั้น ก็หาได้สำ