ันที
ภายในโถงรับรองใหญ่ เมิ่งชินรุ่ยเพิ่งยกถ้วยชาปี้หลัวชุนร้อนๆขึ้นมา ถ้วยชายังมิทันได้แตะถึงริมฝีปาก เสียงแจ้งข่าวก็พลันประหนึ่งน้ำเย็นถังใหญ่ สาดรดลงมากลางศีรษะของเขาอย่างจัง
“ท่านโหวขอรับ คุณชายจ้าวหังจากจวนกั๋วกงหนิง กับคุณชายกวนจื่ออี้จากจวนเฉินเอินกง… ทั้งสองต่าง…ต่างบอกว่าต้องการมาเยี่ยมเยียนจวนโหวขอรับ…”
น้ำเสียงของพ่อบ้านที่เข้ามารายงานยังถึงกับสั่นระริก
“พรวด—”
เมิ่งชินรุ่ยพ่นน้ำชาร้อนออกมาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มอกเสื้อ ชาร้อนๆลวกเขาจนถึงกับต้องสะดุ้งเฮือก เขารีบวางถ้วยชาลงด้วยความลนลาน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในชั่วพริบตา ยามนี้หน้าของเขาขาวยิ่งกว่ากระดาษเซวียนจื่อเสียอีก
เมื่อวานกั๋วกงหนิงยังเพิ่งทะเลาะกับเขาเสียงดังลั่นกลางท้องพระโรงอยู่เลย แต่วันนี้บุตรชายของอีกฝ่ายกลับมาเยี่ยนเยือนถึงหน้าประตูรึ?
นี่มิใช่พังพอนมาอวยพรปีใหม่ให้ไก่หรืออย่างไร!
ส่วนคุณชายกวนจื่ออี้จากจวนเฉินเอินกงนั้น บุรุษผู้นั้นมีศักดิ์สถานสูงเสียด เป็นถึงหลานชายที่องค์ไทเฮารักใคร่ดุจแก้วตาดวงใจ แต่ในเรื่องความเจ้าสำราญของเขานั้น คำว่า ‘คุณชายสำราญ’ ยังนับว่าน้อยเกินไป ควรต้องเรียกว่า ‘เทพอสูรเจ้าสำราญ’ น่าจะเหมาะกว่านัก!
บรรพบุรุษน้อยทั้งสองนี้ ไฉนจึงมารวมตัวกันที่จวนโหวนี้โดยมิได้นัดหมายเล่า?!
เม