ิ่งชินรุ่ยนึกชิงชังจนแทบอยากให้ตนปวดหัวตัวร้อนขึ้นมาเสียเดี๋ยวนั้น จะได้หลบเลี่ยงเคราะห์ร้ายจากฟากฟ้า ที่บรรพบุรุษน้อยทั้งสองนี้อาจนำพามาให้ได้
“…เชิญเข้ามาเถิด! รีบไปเชิญคุณชายทั้งสองเข้ามา!” เมิ่งชินรุ่ยจำต้องสูดลมหายใจลึกอยู่หลายครา กว่าจะออกคำสั่งกับพ่อบ้านเช่นนั้นได้
สิ้นหวังแล้วจริงๆ…
ยามนี้ภายในใจของเมิ่งชินรุ่ยพลันผุดถ้อยคำเหล่านี้ขึ้นมา
บุรุษทั้งสองเมื่อเข้ามาในโถงรับรองใหญ่แล้ว ต่างก็นั่งลงด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย
วันนี้จ้าวหังสวมชุดผ้าไหมเนื้อเบากระชับสีไพลินตัวใหม่เอี่ยม คาดเอวด้วยเข็มขัดหยก ใบหน้าประดับรอยยิ้มชนิดหนึ่งที่ดูคล้ายคนโง่งมอยู่หลายส่วน
เพราะยามสนธยาวานนี้ เซียวเหยาเค่อสตรีที่เขาเฝ้าคะนึงหาอยู่ทุกลมหายใจ ได้ส่งคนนำจดหมายลับฉบับหนึ่งไปมอบให้เขา!
ถ้อยความในจดหมายนั้นประหนึ่งน้ำทิพย์ราดรดลงกลางกระหม่อม ทำให้เขาเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ในชั่วพริบตา!
แท้จริงแล้ว นางหาใช่มือสังหารอันใดไม่ หากแต่เป็นสตรีที่น่าสงสารคนหนึ่ง เป็นผู้ที่แบกรับชะตาหงส์ไว้บนบ่า จึงมิอาจเป็นนายแห่งชะตาตนเองได้!
มิน่าเล่า วันนั้นเมื่อเขาเอ่ยว่าจะตบแต่งนางเป็นภรรยา นางจึงได้มีท่าทีตื่นตะลึงถึงเพียงนั้น นางต้องหวาดกลัวเป็นแน่ว่า ชะตาหงส์ของตนจะพลอยฉุดรั้งเขาให้เดือดร้อนไปด้วย ทั้งยังอาจนำ