หายนะถึงขั้นล้างผลาญมาสู่เขาได้!
ปรากฏว่า…นางกำลังใช้วิธีการของตนเพื่อปกป้องเขาอยู่ต่างหาก!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หัวใจของจ้าวหังก็ราวกับถูกน้ำผึ้งห่อหุ้มไว้ หวานล้ำจนสั่นระริก แม้แต่ใบหน้าที่ยังคงปวดแปลบอยู่เล็กน้อย ก็ไม่อาจนับเป็นภาระอันใดได้อีก
เมิ่งชินรุ่ยเอ่ยถามบุรุษหนุ่มทั้งสองอ้อมๆว่า มาจวนโหวด้วยกิจธุระอันใด จากนั้น ก็ฝืนหัวเราะแห้ง และรอคอยคำตอบของพวกเขา
กลับเห็นเพียงจ้าวหังที่ไม่ตอบคำ แต่ค่อยๆยกมือขึ้นลูบแก้มของตนเบาๆ พร้อมกับหัวเราะ “ฮี่ๆ” ออกมาทีหนึ่ง ทำเอาเมิ่งชินรุ่ยตกอกตกใจจนถึงกับสะดุ้งโหยงเล็กน้อย
เขาก็บอกแล้วมิใช่หรือว่า ตาเฒ่ากั๋วกงหนิงนั่นได้ให้กำเนิดบุตรชายโง่งมออกมาคนหนึ่ง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับเสียด้วยซ้ำ!
ส่วนกวนจื่ออี้นั้น กลับเป็นคนที่ไม่ชอบพูดคุยกับผู้ที่มิกล้าด่าทอตน จึงเอาแต่นั่งก้มหน้าดื่มชาเพียงอย่างเดียว
เมิ่งชินรุ่ยรู้สึกว่า หากมุมปากของตนยังต้องฝืนฉีกยิ้มต่อไปอีก เกรงว่าคงได้กระตุกเป็นตะคริวเป็นแน่แท้ ทว่าภายในโถงก็ยังคงเงียบงันดุจเดิม มิมีผู้ใดเอ่ยวาจาออกมาแม้เพียงครึ่งคำ
จ้าวหังยังคงจมดิ่งอยู่ภายใต้บทละครรักล้ำโลกอันแสนรันทดของตนเอง
เขาเฝ้าขบคิดถึงถ้อยคำทุกตัวอักษรในจดหมายของเซียวเหยาเค่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดใจแทนนา