! ลั่วกู่!” เสียงของเมิ่งซีโจวตวาดดังขึ้นอย่างร้อนรน
เท้าข้างนั้นของลั่วกู่ที่ยกสูงขึ้นพลันชะงักค้างอยู่กลางอากาศอย่างไม่เต็มใจ เขาหันขวับกลับไปมองเมิ่งซีโจวอย่างไม่ไม่เข้าใจนัก
ทว่ากลับเห็นนางลุกขึ้นจากพื้นแล้ว ดวงตาทั้งสองพลันแดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว นางจ้องเขม็งมองฉู่เซียวที่ถูกมัดอยู่บนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“คุณชายฉู่… เหตุใดต้องคิดสังหารข้าด้วยเล่า?”
“เคร้ง”
กริชในมือพลันร่วงหล่นลงกระทบพื้น เรี่ยวแรงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของฉู่เซียวพลันสูญสลายไปสิ้น ยามนี้เขามิต่างอันใดจากรูปสลักหิน นอนแข็งทื่อแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“เหตุใด…จึงเป็นเจ้า?”
เขาพึมพำกับตัวเอง เพียงรู้สึกประหนึ่งตนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน เขามาเพื่อกำจัดภัยใหญ่ในใจให้หญิงอันเป็นที่รัก ทว่ากลับเกือบลงมือสังหารหญิงในดวงใจด้วยมือตนเองเสียแล้ว
ส่วนลั่วกู่กลับรู้สึกว่ามีไอเย็นสายหนึ่งพุ่งจากฝ่าเท้าทะลวงขึ้นสู่กระหม่อม หนังศีรษะชาวาบเป็นระลอก!
เขาถลึงตาจ้องมองมือสังหารสวมหน้ากากที่นอนกองกับพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แล้วหันไปมองเมิ่งซีโจวที่น้ำตาคลอราวกับใกล้จะร่ำไห้ หัวสมองพลันยุ่งเหยิงดุจหม้อแป้งเปียกร้อนระอุที่ถูกคนกวนจนเละเทะ!
ฉู่เซียวรึ? เป็นฉู่เซียวผู้นั้นเองรึ!
ฉู่เซียวที่คล้ายจ