ไม่ การที่นางจะนึกน้อยอกน้อยใจเพราะเรื่องนี้ย่อมเป็นธรรมดา
ครั้นคิดได้ดังนี้ เมิ่งชินรุ่ยก็กระแอมออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยปลอบประโลมว่า “ซีโจว วันนี้องค์รัชทายาทคงจะมีราชกิจรัดตัวจริงๆ จึงมิได้ตรัสกับเจ้ามากนัก แต่วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล เจ้าก็อย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย”
เขาเลือกที่จะกล่าวเพียงผิวเผินหวังผ่อนหนักให้เป็นเบา โดยตั้งใจมิได้เอ่ยถึงเรื่องที่ที่องค์รัชทายาททรง ‘จำผิดคน’ ให้บุตรีทั้งสองต้องกระอักกระอ่วนใจเลยแม้แต่น้อย
เมิ่งหนานอี้ตอบรับเสียงอู้อี้ “เจ้าค่ะ ท่านพ่อ”
ครั้นเห็นว่านางยังคงมีสีหน้าอึมครึม ความหม่นหมองใจมิได้ลดระดับลงสักเท่าใดนัก เมิ่งชินรุ่ยจึงเอ่ยต่อว่า
“เจ้าอย่ามัวแต่เก็บตัวอุดอู้อยู่แต่ในเรือนอีกเลย ออกไปเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์เสียบ้างเถิด”
ดวงตาของเมิ่งหนานอี้พลันสว่างวาบขึ้นในบัดดล
เรื่องที่ทำให้นางขุ่นเคืองใจนั้น หาได้มีเพียงแค่เรื่องที่องค์รัชทายาททรงจำผิดคนและดูแคลนนางเท่านั้น หากแต่ยังมีเรื่องของโอกาสที่กว่าจะได้รับมาสักครั้งก็ช่างยากเย็นนัก —และโอกาสที่ว่าก็คือการจะได้สลัดคำสั่งกักบริเวณให้พ้นตัวไปเสียสิ้น
บัดนี้ แม้ว่าวาจาของบิดาจะฟังดูอ้อมค้อมอยู่บ้าง ทว่าหากพินิจให้ดีแล้ว ความหมายแท้จริงมิใช่ว่า…ยกเลิกคำสั่งห้ามนางออกจากเรือนแล้วหรอกรึ?
ถึงแม้ค