เพียงครึ่งก้าว! ยามดึกสงัดเมื่อสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา ข้ายังได้ยินเสียงเขาร่ำร้องขอความช่วยเหลือจากข้า จนข้าถึงกับต้องตื่นมาร่ำไห้ทุกค่ำคืน เด็กน้อยผู้น่าสงสารของข้า…”
นางทั้งทุบอกทั้งกระทืบเท้า ร่ำไห้รุนแรงราวกับคนใกล้เสียสติ
เมื่อเมิ่งชินรุ่ยได้ฟังดังนั้น คิ้วทั้งสองจึงค่อยๆขมวดเข้าหากันอย่างช้าๆ สายตากวาดมองสลับไปมาระหว่างฮูหยินเมิ่งกับอนุหลิว ก่อนจะตกสู่ความเงียบงันอีกครา
ศึกครานี้กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครา ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายไป แต่ทว่าก็ยังไม่อาจปักใจเอาผิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้อย่างเด็ดขาด
ในยามที่บรรยากาศกำลังอึดอัดกดดันถึงขีดสุดนั้น เมิ่งซีโจวก็แสร้งทำเป็นมาถึงล่าช้า ก้าวเท้าเข้าประตูมาอย่างไม่รีบร้อนนัก พลางเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านพ่อ ท่านช่างเดินฉับไวรวดเร็วยิ่งนัก เพียงชั่วประเดี๋ยวก็หายลับไปเสียแล้ว ลูกมิรู้ว่าท่านไปที่ใด ระหว่างทางจึงได้แต่สอบถามบ่าวไพร่ดู จึงค่อยรู้ว่าท่านมาที่นี่”
กล่าวจบ นางจึงหันไปมองคนอื่นๆที่อยู่ในห้อง ครั้นเห็นใบหน้าของฮูหยินเมิ่งบวมแดงอย่างหนัก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเช่นนั้น สีหน้าของนางก็พลันฉายทั้งความตระหนกตกใจทั้งความเจ็บปวดใจออกมาให้เห็น
“ท่านแม่… เหตุใดท่านจึงมีสภาพเช่นนี้ได้? เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่?”
นางก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นทุก