วที่เรือนของนางเพื่อพูดคุยกันจริงๆ แต่เพิ่งจะเดินไปใกล้ประตูเรือน ก็เห็นจิ่งหมิงวิ่งพรวดออกมาจากด้านในก่อนแล้ว ข้ายังไม่ทันได้ร้องเรียกเขาให้หยุดเพื่อถามไถ่ให้กระจ่างเสียด้วยซ้ำ เขาก็วิ่งหายลับไปเสียก่อนแล้ว! ข้าในตอนนั้น ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัย จึงรีบเข้าไปในห้องและพบว่าน้องหลิวล้มลงสลบไสลอยู่กับพื้น ข้าจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าต้องเป็นเพราะจิ่งหมิงเห็นน้องหลิวหมดสติไป จึงร้อนใจจนเสียขวัญ แล้ววิ่งออกไปตามหมอด้วยตนเอง!”
“ตอนนั้นข้าเองก็ร้อนใจไม่แพ้กัน! จึงรีบสั่งให้ผู้ดูแลที่ไว้ใจได้ไปเชิญหมอจากหอหวนชุนมาในทันที ในใจยังคิดว่าเขาจะได้พาจิ่งหมิงกลับมาด้วยกัน ปล่อยให้ไปข้างนอกแบบนั้นอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้… แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่า…” นางสะอื้นจนเสียงพูดขาดห้วงไป “บ้านเมืองทุกวันนี้กลับไม่สงบสุข เด็กคนนั้นเพียงก้าวเท้าออกจากประตูจวนไปแค่ครั้งเดียว ก็… ก็ไม่มีวันได้กลับเข้ามาอีกแล้ว!”
นางยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า หัวไหล่ทั้งสองข้างสั่นสะท้าน ปล่อยเสียงสะอื้นคล้ายอัดอั้นไว้นานออกมาอย่างสุดจะกลั้น
“ท่านพี่… เรื่องของจิ่งหมิงนั้น มีหรือที่ข้าจะไม่นึกเสียใจ? หากย้อนกลับไปได้อีกครา ไม่ว่าต้องกล่าวสิ่งใด ข้าก็จะต้องขวางเขาไว้เป็นแน่ จะไม่ยอมให้เขาก้าวพ้นประตูจวนออกไปแม้