่เขากลับไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้เลยสักนิด เป็นข้าที่ไร้ประโยชน์เอง!”
“หุบปาก! วันๆเจ้าก็เอาแต่พูดจาเพ้อเจ้อ! บัดนี้ยังกล้าพูดจาเหลวไหลสาดโคลนใส่ข้าอีกรึ!”
ฮูหยินเมิ่งยิ่งฟังก็ยิ่งใจหายวาบ ราวกับทั้งร่างถูกผลักตกลงสู่ธารน้ำแข็ง หนาวเย็นเยียบไปถึงขั้วกระดูก รีบโถมกายขึ้นไปด้านหน้า ใช้สองมือปิดปากของอนุหลิวไว้จนแน่น
อย่าได้พูดอีก! อย่าพูดอันใดอีกเด็ดขาด!
ทว่า เมิ่งชินรุ่ยกลับได้ยินทุกถ้อยวาจาชัดเจนเต็มสองหูแล้ว!
ยิ่งฟัง สีหน้าของเขาก็ยิ่งเขียวคล้ำมากกว่าเดิม คลื่นความผิดหวังภายในใจก็ยิ่งถาโถมรุนแรงถึงขีดสุด!
เรื่องที่ปกติฮูหยินเมิ่งมักชอบเย็นชาและกดขี่บรรดาอนุของเขาอย่างร้ายกาจนั้น เขามิใช่ว่าไม่รู้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้คิดเสียว่าเป็นเล่ห์กลเล็กๆน้อยๆของสตรีในเรือนหลัง ที่ต้องการแย่งชิงความโปรดปรานจากตน จึงทำเป็นเปิดตาข้างหนึ่งปิดตาข้างหนึ่งเสียให้จบๆไป
แต่เขาไม่เคยคิดเลยจริงๆว่า นางจะมีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตได้ถึงเพียงนี้! ถึงกับกล้าใช้วิธีการโหดเหี้ยมเช่นนี้กับเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆของเขา! ลอบทำร้ายบุตรชายอนุผู้มิได้เป็นภัยคุกคามต่อตัวนางเลยแม้แต่น้อย!
ครั้นเห็นฮูหยินเมิ่งร้อนรนจนเสียสติ ถึงกับใช้ทั้งน้ำหนักตัวกดทับร่างอนุหลิวเอาไว้ มือทั้งสองยังปิดจมูกปิดปากอีกฝ่า