ยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ท่วงท่าเหล่านั้นยิ่งสื่อชัดเจนว่า นางกำลังคิดจะปลิดลมหายใจของอนุหลิว หมายให้นางต้องตายอยู่ตรงนี้เดี๋ยวนี้นั่นเอง!
“ไสหัวออกไปเสีย!” เมิ่งชินรุ่ยเดือดดาลถึงขีดสุด ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นถีบใส่ร่างของฮูหยินเมิ่งอย่างแรง จนอีกฝ่ายถึงกับกระเด็นถลาไปด้านข้าง จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับอนุหลิวว่า
“เจ้าพูดต่อ! เรื่องที่เจ้ารู้มา จงพูดมันออกมาให้หมดทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าได้ปิดบังข้าแม้แต่น้อย!”
อนุหลิวพลันถูกปล่อยให้เป็นอิสระอีกครา กระนั้นก็ส่งเสียงไอรุนแรงออกมาทันใด ก่อนจะหอบหายใจเฮือกใหญ่ไม่หยุด
ครั้นได้ยินคำสั่งของเมิ่งชินรุ่ย นางก็รีบพยักหน้า หลังจากพอรวบรวมเรี่ยวแรงและลมหายใจได้ นางจึงอ้าปากบอกเล่าสิ่งที่ตนรู้ต่อไป
“ที่ผ่านมา เป็นเพราะข้าขลาดเขลา เอาแต่คิดที่จะเอาตัวรอด เป็นข้าเองที่ผิด ไม่เข้าใจความหมายของคำว่าริมฝีปากสิ้น ฟันย่อมหนาว อีกทั้งยังไม่เข้าใจว่าคนบางจำพวกเมื่อลงมือแล้ว ย่อมต้องตัดรากถอนโคนให้สิ้น…”
อนุหลิวโศกเศร้าอย่างมากจนดูคล้ายกำลังเลื่อนลอยอยู่บ้าง
“ข้ารู้มาตลอดว่ายาบำรุงที่ฮูหยินให้ข้ากินนั้น มิใช่ของดีมีประโยชน์แต่อย่างใด กระนั้นก็มิกล้าขัดขืน จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพิษที่สะสมในร่างมานานได้ปะทุขึ้น ข้าจึงล้มลงกับพื้น เจ็บปวดเสียจนแทบขาดใจ ในห้วงเวลาที่กำลั