ีทั้งสองของเมิ่งซีโจวเมื่อครู่จะทรงพลานุภาพถึงเพียงนี้ ชั่วพริบตา ร่างกายของฮูหยินเมิ่งกว่าครึ่งซีกก็เริ่มด้านชา!
นางเจ็บปวดเสียจนดวงตาพร่ามัว วิสัยการมองเห็นเบื้องหน้าเริ่มมืดดำ หยาดเหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผาก ร่างทั้งร่างงองุ้มลงอย่างไม่อาจควบคุม เพียงแค่คิดจะเปล่งเสียงก็ยังมิอาจทำได้ เหลือเพียงเสียงสูดลมหายใจด้วยความทรมานเท่านั้น
เมิ่งซีโจวค่อยๆคลายมือที่จับข้อมือของนางไว้อย่างช้าๆ ใบหน้าปรากฏแววตื่นตกใจอย่างเสแสร้ง “โอ้ ท่านแม่ ข้าเพียงสะกิดท่านเบาๆเท่านั้น เหตุใดท่านต้องเสแสร้งทำเป็นเจ็บปวดถึงเพียงนี้ด้วยเล่า?”
นางกวาดตาสำรวจมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดของฮูหยินเมิ่ง แล้วแสร้งทำเป็นคล้ายนึกอะไรขึ้นได้อย่างฉับพลัน “หรือว่าท่านแม่จะเป็นโรค… ไตพร่องกระมัง?!”
นางไม่รอให้ฮูหยินเมิ่งได้ทันตั้งตัวตอบโต้ ก็ถอนใจออกมาอีกครา สีหน้าราวกับหนักอกหนักใจยิ่งนัก “เฮ้อ เห็นทีข้าคงต้องหาโอกาสเกลี้ยกล่อมท่านหมอหลี่ ให้ช่วยเตือนบิดาสักหน่อยว่า… เรื่องบนเตียงนั้น อย่างไรก็ควรสำรวมยับยั้งไว้บ้าง มัวแต่ปล่อยให้ราคะครอบงำ จนไม่รู้จักถนอมดูแลร่างกายของท่านแม่ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?”
“นี่เจ้า…!” ฮูหยินเมิ่งถูกวาจาหยาบช้าสามานย์อาบยาพิษเช่นนั้นกระแทกเข้าใส่ ร่างทั้งร่างก็ถึงกับสั่นระ