จ หากแต่อยู่ที่ว่าท่านโหวผู้นี้ปรารถนาจะให้นางป่วยจริง หรือแสร้งทำเป็นป่วยกันแน่ นี่ต่างหากคือหน้าที่ของหมออย่างเขาจะต้องคาดเดา
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า น้ำเสียงลังเลของหมอหลี่กลับทำให้เมิ่งชินรุ่ยต้องขมวดคิ้วแน่นทันใด
“อาการป่วยของบุตรีข้าหนักหนาถึงเพียงนั้นเชียวรึ? บุตรีคนโตของข้าพอจะมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่บ้าง เมื่อครู่นางยังบอกว่าเป็นเพียงไข้จากลมหนาวเท่านั้นเอง”
หมอหลี่พลันกระจ่างแก่ขึ้นในใจบัดดล รู้แล้วว่าตนควรต้องแสดงละครเช่นไร เขาพยักหน้ารับพลางกล่าวว่า
“เป็นดังนั้นจริงๆ เพียงแต่ร่างกายของคุณหนูผู้นี้อ่อนแอเกินไป ครั้นล้มป่วยจึงประหนึ่งภูผาถล่มลงทับ ข้าน้อยจะรีบเขียนตำรับยาบำรุงหยวน ช่วยประคองธาตุแท้ ขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้นางเดี๋ยวนี้”
เมิ่งชินรุ่ยพยักหน้า ก่อนจะกำชับต่อไปโดยมิได้หลงลืมเจตนาเดิม
“บุตรีคนโตของข้ายังได้เขียนใบสั่งยาที่เห็นว่าเหมาะแก่อาการไว้ฉบับหนึ่ง รบกวนท่านหมอช่วยชี้แนะหน่อยเถิด”
หมอหลี่ยิ้มพลางพยักหน้า
“นับเป็นเกียรติของข้าน้อยนักขอรับ”
คนทั่วทั้งห้องล้วนหันไปมองเมิ่งหนานอี้เป็นตาเดียว รอคอยให้นางยื่นใบสั่งยาในมือออกมา
มือที่กำกระดาษจนซีดขาวของเมิ่งหนานอี้พลันออกแรง นางยกแขนขึ้นอย่างเชื่องช้า แล้วยื่นใบสั่งยาในมือไปทางหมอหลี่
ยามนี้นางรู้สึกเพียงว่า สิ่งที