งใจแข็งถึงขั้นตัดขาด ไม่ยอมรับว่านางเป็นบุตรีให้ได้เชียวรึ?!
“อยากให้ข้าเป็นผู้ไปเชิญนางด้วยตนเองอย่างนั้นรึ?” เมิ่งชินรุ่ยลุกพรวดขึ้นทันใด น้ำเสียงเยียบเย็นจับขั้วกระดูก
“ได้! ข้าจะไปเชิญนางเดี๋ยวนี้! ไม่รู้เหมือนกันว่า กระดูกต่ำช้าของนางจะสามารถรับการเชื้อเชิญนี้ไหวหรือไม่!”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เขาก็สะบัดชายแขนเสื้ออย่างแรง แล้วหันกายเดินจากไป สาวเท้ายาวมุ่งตรงออกนอกโถงใหญ่ทันที
เบื้องหลังมีบ่าวไพร่พากันวิ่งกรูตามไปเป็นพรวน ยามนีน้ขบวนคนเอิกเกริกใหญ่โตกำลังมุ่งหน้าไปยังเรือนฉงหัว อันเป็นที่พักอาศัยของเมิ่งซีโจว
ฮูหยินเมิ่งจ้องมองแผ่นหลังของสามี แววตาเยียบเย็นระคนสาแก่ใจสายหนึ่งพลันแล่นวาบผ่านดวงตาทั้งสองอย่างรวดเร็ว
นางรีบส่งสายตาให้สาวใช้คนสนิทที่อยู่ข้างกาย พลางกดเสียงต่ำกระซิบสั่งว่า “รีบไปปลุก ‘คุณหนูใหญ่’ ขึ้นมา แล้วให้นางรีบไปที่เรือนฉงหัวเดี๋ยวนี้!”
—
นับแต่เมิ่งซีโจวย้ายเข้ามาพำนักที่เรือนแห่งนี้ บรรยากาศภายในเรือนฉงหัวก็มิได้ครึกครื้นเหมือนดังก่อนอีกเลย
หลายวันก่อนหน้านี้ ลานเรือนแห่งนี้ยังซบเซาเปลี่ยวร้างประหนึ่งตำหนักเย็น ฮูหยินเมิ่งจัดแจงส่งสาวใช้ให้เข้ามาดูแล ทว่าพวกนางแต่ละคนล้วนช่ำชองในการอู้งาน เอาแต่ได้ และลอบเกียจคร้านเป็นนิจ ยามปกติแม้แต่เงาคน