ุมปากจะยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“อ้อ ที่แท้ก็พี่ซิ่วหลานนี่เอง มารดาของข้าช่างมีเรี่ยวแรงมากมายนัก วันหนึ่งๆมีเวลาว่างเยอะแยะถึงเพียงนี้เชียวรึ?”
นางเอ่ยประชดประชันอย่างไม่คิดปิดบัง
“คำสั่งกักบริเวณนี้… เฮ้อ…จะว่าไปก็ยังไม่แน่นหนาเท่าคอกหมูเสียด้วยซ้ำ ท่านแม่กลับยังสามารถเคลื่อนไหวไปที่โน่นที่นี่ได้คล่องแคล่วดุจเงาดำเยี่ยงนี้ ปรากฏว่าคำสั่งของท่านพ่อนั้น สำหรับท่านแม่แล้วคงเป็นดั่งสายลมพัดผ่านหูเท่านั้นเองกระมัง”
“นี่ท่าน!” ซิ่วหลานกำหมัดที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อแน่น ต้องจิกปลายเล็บลึกลงกลางฝ่ามือ จึงจะสามารถข่มกลั้นแรงกระตุ้นที่ทำให้ตนอยากจะฉีกปากคมตรงหน้าเสียให้ยับยู่ยี่ลงได้
บทเรียนจากคราก่อนได้ฝังลึกลงไปถึงกระดูก เพราะฮูหยินต้องปกป้องนาง จึงได้ถูกนายท่านตำหนิไปคราหนึ่งแล้ว
นางจะบุ่มบ่ามอีกไม่ได้ จะปล่อยให้นังหญิงต่ำช้านางนี้ฉวยโอกาสจับผิดได้อีกมิได้อย่างเด็ดขาด!
ซิ่วหลานสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ฝืนกดข่มโทสะที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกกลับลงไป แล้วจึงกล่าวย้ำอีกเพียงสั้นๆว่า
“คุณหนูรอง ฮูหยินเชิญท่านไปยังโถงใหญ่เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
“ซิ่วหลาน” เมิ่งซีโจวพลันเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างกะทันหัน น้ำเสียงของนางยามนี้ทั้งออดอ้อนทั้งหวานหยดย้อยประหนึ่งน้ำค้าง นางจงใจเม้มริมฝีปากเล็กน้อย แล้วแส