ร้งทำเป็นปั้นหน้าไร้เดียงสา “นี่คือท่าทีที่เจ้ามาใช้เชื้อเชิญผู้คนรึ? ดูดุร้ายถึงปานนี้ น่ากลัวจะตายไป ข้าเองก็หาใช่คนว่านอนสอนง่ายถึงเพียงนั้นไม่ ที่สั่งนกก็เป็นนก สั่งไม้ก็เป็นไม้ ยามพวกบ่าวไพร่เข้ามารายงานเรื่องสำคัญให้แก่ผู้เป็นนายฟังนั้น จะต้องพูดจาเยี่ยงไรกันนะ?”
เมิ่งซีโจวนึกสนุกขึ้นมา จึงคิดจะยั่วโมโหอีกฝ่ายให้รู้สึกขยะแขยงเดือดดาลใจเล่นสักครา
สีหน้าของซิ่วหลานพลันแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำดั่งเหล็กในชั่วพริบตา อกกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง เห็นชัดว่าโทสะกำลังเดือดพล่านมิใช่น้อยเลย
นางไม่อาจปล่อยให้ฮูหยินรอนาน และยิ่งไม่อาจทำให้ฮูหยินต้องมาขุ่นใจเพราะเรื่องเพียงเท่านี้ หาไม่แล้ว ตัวนางเองก็คงจะยืนหยัดอยู่ในจวนต่อไปได้ยากนัก
“ท่าน… ยังต้องการอันใดอีก?” ทุกถ้อยวาจาของนาง ราวกับต้องล้วงออกจากส่วนลึกของลำคออย่างยากลำบาก
รอยยิ้มบนใบหน้าของเมิ่งซีโจวพลันผลิบานยิ่งกว่าเดิม “โอ้ พี่ซิ่วหลานมีรูปโฉมงดงามประหนึ่งบุปผา เพียงผู้ใดได้พบเห็นก็ยากจะลืมเลือน หากพี่ซิ่วหลานยอมลดตัวลงสักหน่อย วิงวอนข้าด้วยความจริงใจสักนิด… บางทีใจข้าอาจจะอ่อนยวบ แล้วยอมเต็มใจไปกับเจ้าก็เป็นได้?”
การหยามหมิ่นอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ประหนึ่งแส้ที่ฟาดลงบนใบหน้าของซิ่วหลานอย่างจัง!
ตั้งแต่เล็กจนโตมา นางเคยได้รับค