กันจนดวงตาแดงก่ำ!
ฮูหยินเมิ่งโถมกายปรี่เข้าหาด้วยความยินดีอย่างถึงที่สุด “ลูกแม่! เจ้าทำให้แม่ตกอกตกใจแทบแย่แล้วรู้หรือไม่!”
นางยกมือไม้คู่สั่นเทาขึ้นลูบตบแก้มบุตรีอันเป็นที่รักเบาๆ หมายจะปลุกให้อีกฝ่ายฟื้นสติตื่นขึ้น
“…ซีโจว? ตื่นเถิด! ตื่นสักทีเถิด!!” น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงสะอื้น ดั่งผู้รอดพ้นจากเคราะห์ร้ายมาได้อย่างหวุดหวิดปล่งดังขึ้น
แต่เมิ่งหนานอี้กลับเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับถูกรบกวนห้วงความฝันอันหอมหวาน นางจุ๊ปากเบาๆ ก่อนจะดำดิ่งสู่ห้วงนิทราต่อไป
เส้นเอ็นสีเขียวปูดโปนข้างขมับทั้งสองของเมิ่งชินรุ่ยพลันเต้นระส่ำกระตุกไม่หยุด เพลิงโทสะที่อัดอั้นกักเก็บมาตลอดทั้งคืน ผนวกรวมกับความอัปยศอดสูที่ถูกหยอกล้อปั่นหัวเล่นมาทั้งวัน ทั้งหมดทั้งมวลจึงถึงคราวปะทุขึ้นครั้งใหญ่ดั่งภูเขาไฟระเบิด!
เขาฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างแรง พร้อมกับเสียงตวาดดังกึกก้องประหนึ่งอสนีบาต
“เมิ่งซีโจว! เมิ่งซีโจว!”
ทว่านามนั้นเรียกผิด ผู้ที่หลับใหลอยู่จึงไร้ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างสิ้นเชิง
เมิ่งซีโจวตัวจริงยืนมองภาพฉากนี้ด้วยสายตาเยียบเย็น พลางเกิดความเคลือบแคลงสายหนึ่งขึ้นภายในใจ — หรือว่าฤทธิ์ยาสลบที่ลั่วกู่ลงไว้จะหนักมือเกินไปหน่อยกระมัง?
แต่ก็นับว่าดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ได้ยั่วโทสะเมิ่งชินรุ่ย บางทีอาจทำให้เขาอายุสั้