วยท่วงท่าองอาจผ่าเผย หันประจันหน้าตรงกับประตูบานเดียวของห้องนั้น
และมิรู้ว่านางไปล้วงเอาม้วนตำราออกมาจากที่ใด จู่ๆก็ยกขึ้นคลี่อ่านอย่างสบายอารมณ์ ท่าทางดูผ่อนคลายราวกับไร้เรื่องใดๆในใจ
เห็นสาวใช้ในห้องทุกคนยังคงลืมตาจ้องมองตนเช่นนั้น นางจึงยิ้มละมุนประหนึ่งสายลมแห่งวสันต์ “ทุกคนรีบนอนเสียสิ โอกาสเช่นนี้หาได้ยากมิใช่รึ?”
น้ำเสียงของนางอ่อนโยนอย่างที่สุด ทว่าเมื่อฟังแล้วกลับชวนให้ขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก
บรรดาสาวใช้จึงรีบพากันหลับตาลงอย่างว่าง่ายในทันที
ส่วนชิงหลีก็หดกายซุกอยู่ที่มุมในสุดของเตียงอย่างเลิ่กลั่ก ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม ใช้ผ้าห่มห่อกายไว้แน่น ยามนี้รู้สึกเพียงว่าเตียงนี้ประหนึ่งลังนึ่งไอน้ำ! เหงื่อผุดซึมออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า และเพียงแค่พริบตาเดียวเหงื่อก็ไหลเปียกชุ่มทั่วทั้งอาภรณ์
นางร้อนอกร้อนใจประหนึ่งมีไฟสุมอยู่ตลอดเวลา หากบอกว่าเปรียบประดุจมดตัวหนึ่งบนกระทะร้อนย่อมจะไม่เกินจริงนัก!
ทุกคราที่แอบเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ภาพที่พบเห็นล้วนเป็นร่างของเมิ่งซีโจวกำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง เงาร่างนั้นดูราวกับกำลังทอดสายตาจดจ่ออยู่บนม้วนตำรา ทว่าสายตาเยียบเย็นคู่นั้นกลับเสมือนมีอยู่ทุกหนแห่ง คล้ายสามารถมองทะลุผ่านผ้าห่มบางเบา ตรึงร่างชิงหลีให้นอนแน่นิ่งอยู่กับที่!
ชิงหลี