ลกันตร์นางนี้ให้พบด้วย!
นางต่างหาก สมควรจะต้องเป็น ‘เซียวเหยาเค่อ’ ตัวจริง!
ด้านนอกของหอร้อยรสชาติ ลั่วกู่ที่จัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยามนี้เขากำลังยืนรออยู่ข้างรถม้าอย่างเงียบงันดุจเงามืด เมื่อเห็นเมิ่งซีโจวก้าวออกมา จึงได้เอ่ยรายงานด้วยเสียงกระซิบต่ำว่า
“เรียนคุณหนู บุรุษผู้นั้นอยู่ที่โรงเตี๊ยมจันทร์ล้อมแล้วขอรับ”
เมิ่งซีโจวผงกศีรษะรับแผ่วอ่อน สีหน้ายังคงรักษาความสงบนิ่งไว้เต็มสิบส่วน ดวงตาไร้ซึ่งแววโอหังหรือประกายเจิดจ้าเปิดเผยดังเช่นยามอยู่ในหอร้อยรสชาติเลยสักนิด
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของฉู่เซียว
ภายในห้องที่มีแสงสลัวมืดมัว ร่างของฉู่เซียวถูกจับมัดติดไว้แน่นกับเก้าอี้ ดวงตามีผ้าดำหนาทึบปิดทับเอาไว้ ปากก็ถูกยัดด้วยก้อนผ้า
เชือกหยาบกระด้างรัดลึกลงบนท่อนแขนกำยำของเขา ขับเน้นเส้นกล้ามเนื้อที่ตึงเขม็งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น
ทว่าแม้จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาก็ยังคงนิ่งเงียบไร้อาการดิ้นรน ทั้งยังมิได้ส่งเสียงครางอื้ออึง อย่างมากเพียงเผยเส้นกรามที่ขึงตึงจากการขบกัดให้เห็นเท่านั้น อากัปกิริยาเช่นนี้สื่อสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วยามนี้ภายในใจของเขาหาได้สงบนิ่งไม่
รอบกายของเขาคล้ายปรากฏกลิ่นอายแห่งเทพสังหารเหมือนดังชาติภพก่อน ที่มักแผ่ซ่านในยามที่คอยติดตามอยู่ข้างกายเมิ่งหนานอี้
เพี