ิ่งซีโจวเองก็ดูประหลาดใจอยู่บ้าง จากนั้นจึงค่อยๆก้าวเท้าลงมาจากรถม้าด้วยท่วงท่าสงบเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราบเรียบ
“ช่างบังเอิญเสียจริง”
เมิ่งหนานอี้มีสาวใช้ประคองลงจากรถม้า ดวงตาคู่นั้นของนางจับจ้องอยู่บนร่างของเมิ่งซีโจวราวกับถูกตรึงไว้ ทำให้มิอาจละไปได้แม้เพียงชั่วขณะ
ในห้วงขณะนั้นเอง พ่อบ้านประจำจวนตระกูลเจียงก็รีบตรงปรี่เข้ามาต้อนรับ พร้อมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงเต็มที่
เมิ่งหนานอี้พลันเผยท่วงท่าหยิ่งผยองประหนึ่งกำลังเผชิญศัตรูใหญ่ หุบยิ้มอย่างถือดีถือตัวในทันใด
แต่ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า เพียงสายตาของพ่อบ้านกวาดผ่านพวกนางทั้งสองอย่างฉับไว กลับมิได้ลังเลแม้แต่น้อย ตรงปรี่เข้าไปค้อมกายคารวะเมิ่งซีโจวอย่างนอบน้อม น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทั้งให้ความรู้สึกคุ้นเคยและให้เกียรติ
“คุณหนูใหญ่เมิ่งสบายดีหรือไม่ขอรับ! ในที่สุดท่านก็มาได้เสียที คุณหนูของข้าน้อยเอ่ยถึงท่านอยู่หลายครั้งหลายหนแล้ว!”
จากนั้นจึงค่อยหันไปทางเมิ่งหนานอี้ ที่ยามนี้มีสีหน้าซีดเผือดราวกระดาษ
“คุณหนูรองเมิ่ง สบายดีหรือไม่ขอรับ”
เมิ่งหนานอี้เพียงรู้สึกว่า ศีรษะของตนนั้นมีเสียงอื้ออึงขึ้นมาคราหนึ่ง เบื้องหน้าพลันมืดดำเป็นระลอก!
เจ้าเฒ่านี่ ดวงตาทั้งสองบอดสนิทไปแล้วอย่างไร?!
นางสวมใส่อาภรณ์งดงามหรูห