บทที่44 หมอเทวดามาเยี่ยมเยือน
ความขุ่นเคืองที่ฝังใจและโทสะที่พลอยพาลนั้น จึงเปรียบประดุจหนามไร้รูปที่จะคอยขวางคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างบิดากับบุตรี ทำให้เมิ่งชินรุ่ยไม่มีวันเชื่อใจนางได้อย่างแท้จริง
หากคิดจะยืนหยัดอยู่ในจวนตระกูลเมิ่งอย่างมั่นคง หากจะคิดจะโค่นฮูหยินเมิ่งและลบล้างมลทินนี้เสียให้สิ้น เรื่องนี้ย่อมนับเป็นภารกิจสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด!
เมิ่งซีโจวถือโคมไฟไว้ในมือ แล้วจึงก้าวเดินออกจากศาลบรรพชนไป สายลมแห่งราตรีพัดพาความหนาวเย็นเยียบเข้าปะทะร่าง ทำให้ชายอาภรณ์ของนางถึงกับสะบัดไหว
นางมิได้กลับไปยังเรือนฉงหัวจวีซึ่งเป็นเรือนพักเดิมของเมิ่งหนานอี้ หากแต่เดินถือโคมไฟมุ่งหน้าไปยังเรือนซีจิ่นซึ่งอยู่ห่างไกล เปลี่ยวร้างและเงียบงันแทน
และเรือนแห่งนั้น ก็คือที่พำนักอาศัยของอนุหลิว มารดาผู้ให้กำเนิดเมิ่งจิ่งหมิง
นับแต่เมิ่งจิ่งหมิงหายสาบสูญไป อนุหลิวซึ่งเคยเป็นคนโปรดปรานของเมิ่งชิงรุ่ย กายใจก็พลันทรุดฮวบลงอย่างสิ้นเชิง เอาแต่ขังตนเองอยู่แต่ภายในเรือน มิยอมพบหน้าผู้ใดอีกเลย
แพทย์ที่ฮูหยินเมิ่งเชิญมารักษานางนั้น ล้วนเดินเข้าเดินออกจวนระลอกแล้วระลอกเล่า ทว่าอาการของอนุหลิวกลับยิ่งเลอะเลือนหนักหน่วงมากขึ้นทุกที
เมิ่งซีโจวกลับนึกขอบคุณฮูหยินเมิ่งขึ้นมาบ้าง ที่อีกฝ่ายยังห่วงหน