แก่นาง!
สิ่งที่เมิ่งหนานอี้ชิงชังที่สุดก็คือ การถูกผู้อื่นดูแคลนหยามเหยียด นางเดือดดาลจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ร้องตวาดเสียงดังขึ้นว่า
“บังอาจ! ข้าเป็นถึงว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาท หากให้เจ้าคุกเข่าสามครั้ง โขกศรีษะเก้าหนก็ยังนับว่าไม่เกินไป แล้วเจ้ากล้าดีเยี่ยงไรจึงได้บังอาจดูหมิ่นข้าเช่นนี้?”
ครานี้เมิ่งซีโจวจึงค่อยหันไปมองนาง กล่าวตอบด้วยสีหน้าน้ำเสียงเฉยเมยว่า
“อยากได้การคาราวะคุกเข่าจากข้าอย่างนั้นรึ? ข้ามีความคิดหนึ่งที่นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว หากเจ้าตายเสียเดี๋ยวนี้ แล้วตั้งป้ายวิญญาณไว้ที่นี่ ถึงตอนนั้นกระทั่งท่านพ่อก็คงถือโอกาสคุกเข่าคาราวะให้เจ้าด้วยเช่นกัน เช่นนี้ดีหรือไม่เล่า?”
น้ำเสียงของนางเจือแววหยอกเย้า คล้ายพี่น้องสตรีที่กำลังหยอกเย้ากันเล่น ทว่าไอสังหารในดวงตากลับปรากฏชัดเจนอย่างไม่คิดปิดบังเลยสักนิด!
เมิ่งหนานอี้พลันขนลุกเกรียวขึ้นทั่วร่างทันที! สัมผัสได้ว่าไอเย็นเยียบภายในศาลบรรพชนแห่งนี้คล้ายทวีความรุนแรงขึ้นบัดดล จนยามนี้แทบจะแช่แข็งร่างของนางให้ตายทั้งเป็นแล้ว!
ช่างเถิด ช่างเถิด… เมิ่งซีโจวอยากจะทำอันใดก็ปล่อยให้นางทำไปเถิด อย่างไรเสียก็เป็นงานของบ่าวไพร่แต่เดิม เป็นสิ่งที่นางต้องสมควรทำอยู่แล้ว!
เมิ่งหนานอี้รีบก้าวนำสาวใช้เดินฉับๆออกไปจากศาลบรรพชนโดย