ยตอบโต้พร้อมรอยยิ้มบาง
“ลูกเห็นว่าสุราเชิญก็ดี สุราลงทัณฑ์ก็ช่างเถิด เพราะทั้งหมดล้วนแต่เข้าท้องท่านแม่เพียงผู้เดียวเป็นแน่ หาไม่แล้วไฉนท่านจึงได้กล่าววาจาเมามายเช่นนี้ออกมาเล่า?”
“เจ้า—”
ฮูหยินเมิ่งถูกวาจาประชดประชันแผ่วเบานั้นสะกิดแทงเสียจนเลือดลมในกายพลุ่งพล่าน ดวงตาพลันพร่าเลือนเป็นระลอก แทบมืดดับลงตรงหน้าเสียเดี๋ยวนั้น
นังตัวร้ายผู้นี้! ปากคอเยี่ยงนี้!
นางขบเคี้ยวฟันด้วยความเดือดดาลจนเขี้ยวเงินของตนแทบแตกละเอียด
เก่ง… ช่างเก่งยิ่งนัก!
ที่แท้วาจาคมคายนั้นยังนับว่าพอมีประโยชน์อยู่บ้าง! ประดุจคางคกอัปลักษณ์ที่เกาะอยู่บนหลังเท้า แม้กัดคนไม่ตาย ทว่ากลับสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกขยะแขยงจนแทบคลุ้มคลั่งได้!
“หยุดได้แล้ว!” เมิ่งชินรุ่ยตวาดเสียงดังลั่นจนเส้นลำคอปูดโปน เพลิงโทสะลุกโชนพลุ่งพล่านถึงขีดสุด
เหตุใดสตรีโง่งมผู้นี้จึงมองสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออก? องค์หญิงใหญ่ทรงโยนความผิดเรื่องนี้มาไว้บนศีรษะของนางแล้ว เช่นนั้นเขายังจะกล้าเอ่ยคำว่า ‘ไม่ได้ทำ’ ออกมาได้หน้าด้านๆ!?
ไม่ว่าอย่างไร ฮูหยินเมิ่งย่อมไม่อาจยอมรับความผิดนี้ไว้กับตนแน่ จึงยังคงกล่าววาจาแก้ต่างต่อไปไม่หยุด
“เรื่องนี้หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับข้าจริงๆนะท่านพี่…”
โทสะที่เมิ่งชินรุ่ยพยายามกดข่มเอาไว้อย่างยากลำบาก พลันถูกฮูห