ังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกคับแค้นใจและกล่าวฟ้องด้วยความเจ็บปวด บัดนี้กลับลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสงบสำรวม หันไปทางองค์หญิงใหญ่พร้อมค้อมกายบังคมได้อย่างงดงามไร้ที่ติ
นางยังคงสวมอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อหยาบที่ใส่มาจากชนบท สีของผ้าซีดจางเนื่องจากผ่านการซักมาหลายครั้งหลายครา กระทั่งยังมีกลิ่นอายจากการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อยหลงเหลืออยู่หลายส่วนด้วย
ทว่าแผ่นหลังที่ยืดเหยียดตรงนั้น แววตาสงบนิ่งลึกล้ำประดุจสระน้ำลึก ตลอดจนกลิ่นอายเยือกเย็นหยิ่งผยองดุจเหมยหนาวตระหง่านเดียวดายเหนือยอดเขา กลับขับให้อาภรณ์เนื้อหยาบกร้านนั้นดูราวกับเป็นเสื้อเกราะศึก!
สายพระเนตรขององค์หญิงใหญ่ทอดลงบนร่างนาง
แล้วดวงตาทั้งสี่ก็พลันสบประสานกัน…
เมื่อมองเห็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวทรหดที่ซ่อนลึกอยู่ภายในดวงตาทั้งคู่ของ ‘เมิ่งหนานอี้’ องค์หญิงใหญ่ก็หาได้นึกเคลือบแคลงสงสัยเลยแม้แต่น้อย—
นี่ต่างหากจึงจะเป็นเมิ่งซีโจวตัวจริงเสียงจริง!
นางก็คือเมิ่งซีโจวผู้หาญกล้า ที่บังอาจบุกไปขุดสุสานเพียงลำพัง จนสามารถช่วยนางกลับออกมาจากขอบเหวแห่งความตายได้!
นางก็คือเมิ่งซีโจวผู้ที่ยามเผชิญกับหนทางตันก็ตาม ทว่าสายตายังคงรักษาความเด็ดเดี่ยวและคมกริบดุจใบมีดเหล็กกล้า!
มิได้พบกันเพียงไม่กี่เดือน เด็กสาวตรงหน้ากลับดูราวเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทีเดียว ความสดใสร