ระบี่ประจำกายที่คาดอยู่บนเอวขององค์รัชทยาทออกมาทันใด!
“ฟึบ! ฟึบ!”
สองกระบวนท่าพิฆาตร่ายรำ ประกายแสงสีเงินแห่งคมกระบี่สองสายพลันส่องสว่าง ตัดผ่านสองร่างของคู่สามีภรรยาอย่างแม่นยำ ก่อนจะตามมาด้วยละอองโลหิตที่กระเซ็นพลั่งพรู!
เมิ่งซีโจวมีสะดุ้งเล็กน้อย ใจหนึ่งคิดหลับตาโดยสัญชาตญาณ ทว่าชายแขนกว้างลวดลายเมฆาที่อบอวลด้วยกลิ่นหมึกจางอ่อน กลับยกขึ้นปัดป้องไว้ให้เสียก่อน ช่วยครอบปิดสายตารวมไปถึงใบหน้าของนางไว้อย่างมิดชิด
เมิ่งซีโจวชะงักงันไปเล็กน้อย เมื่อมือข้างนั้นลดระดับลง นางจึงเงยหน้าขึ้นมอง และสายตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาคู่นั้น… ที่ทั้งล้ำลึกและเย็นเยียบประหนึ่งสระน้ำเย็นพันปี
ซ่งเฉิงจี้ทอดมองสตรีตรงหน้า ร่างของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน ผมเผ้ายุ่งเหยิง อาภรณ์ที่สวมใส่ก็สกปรกมอมแมม ดูแล้วให้รู้สึกน่าเวทนายิ่งนัก ทว่าภายในดวงตาคู่นั้นกลับทอประกายเจิดจ้าชวนให้รู้สึกตกตะลึง นอกจากความสงบนิ่งแล้ว ยังแฝงความแกร่งกล้าจนน่าประหลาดขุมหนึ่งด้วย ดูราวกับว่าชีวิตนี้ได้ผ่านเภทภัยอันตรายมาแล้วมิรู้กี่คราต่อกี่ครา ทว่ากลับยังไม่เคยยอมศิโรราบ พรรณนาดั่งดอกเหมยเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางลานหิมะ ท่วงท่าองอาจทรนงเยี่ยงผู้ชนะสิบทิศเป็นนิจนิรันดร์
“เมิ่งซีโจว”
เขาเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว น้ำเสียงทุ้มลึกไพเราะยิ่ง หาก