ต ดูเหมือนว่าสถานการณ์ร้ายแรงไม่น้อย
เหมียวจื่ออั๋งอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน หากไม่ใช่เพราะเฝ่ยไป๋ลู่ ไม่แน่เขาอาจจะตายอยู่ที่นั่นและกลายเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต
เฝ่ยไป๋ลู่กับกานว่างมองหน้ากัน และเห็นความเคร่งขรึมในดวงตาของอีกฝ่าย
ภายในวัดเต๋าเทียนฮั่น ผู้นำของนิกาย ตระกูลและคนจากสมาพันธ์กำลังหารือกัน
มีคนจากนิกายหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาเสนอแนะด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง “คนชั่วจะไม่เปลี่ยนแปลงและยังคงคุกคามอย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย การแข่งขันครั้งนี้ควรระงับชั่วคราวหรือไม่?”
“ที่แล้วมาการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าไม่เคยชะงักกลางคันมาก่อน เมื่อเผชิญหน้ากับภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์ เหล่าศิษย์ของเราควรว่ายทวนกระแสสิ”
“ใช่แล้ว งั้นถ้าเปลี่ยนเป็นการแข่งขันแบบทีมล่ะ ผู้ชนะได้แต้ม ส่วนผู้แพ้ไม่ได้คะแนนเลย”
คนส่วนน้อยย่อมเชื่อฟังเสียงข้างมาก แม้แต่หานคังผิงเองยังลงคะแนนเห็นชอบ
จิตใจของสมาชิกตระกูลหานมั่นคงและมีความสามารถ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตน้อยที่สุด และได้เปรียบในการแข่งขันแบบทีมมากที่สุด
การต่อสู้เพื่อคะแนนเปลี่ยนเป็นการแข่งขันในรูปแบบทีมซึ่งต่างออกไป เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่กลับมาถึงวัดเต๋าก็ได้รับข่าวนี้ทันที เธอเอามือกุมหน้าผากอย่างช่วยไม่ได้
ทำไมการจะได้ตราประทับหยินถึงได้ซับซ้อนขนาดนี้?
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ ไม่มีคนของนิกายเก้าสวรรค์เสี