จินเฟิงฟังจบก็พยักหน้าเล็กน้อย “ที่พี่เหลียงว่ามานั้นมีเหตุผล! วิธีที่ดีที่สุดคือล่อให้คนของตงหมานอยู่ต่อสู้!”
“หากครั้งนี้ขโมยม้าศึกของพวกมันมาได้ก็ดีสิ” องค์หญิงเก้าถอนหายใจ
การศึกที่ต้าหม่างพัวมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือเหล่าผู้ลี้ภัยได้ลักพาเอาม้าศึกของตานจูออกมาด้วย
“ม้าศึก…”
จางเหลียงฟังองค์หญิงเก้ากล่าวจบ ดวงตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันใด
“พี่เหลียงคิดวิธีออกแล้วหรือ?” จินเฟิงรีบเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว องค์หญิงทรงย้ำเตือนข้า พวกเราสามารถลงมือกับม้าศึกของพวกมันได้!”
จางเหลียงกล่าวว่า “หากพวกตงหมานไร้ซึ่งม้าศึก ก็เสมือนไร้ขา เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราจะจัดการพวกเขาอย่างสาสม!”
องค์หญิงเก้าตรัสว่า “พวกตงหมานเคยพ่ายแพ้ที่ต้าหม่างพัวมาแล้ว คราวนี้พวกเขาคงจะระวังตัวมากขึ้น พวกเขาไม่ได้จับเชลยศึกและยังนำม้าศึกไปไว้ท้ายกองกำลัง อีกทั้งยังส่งทหารหนักมาคุ้มกัน อาจเป็นเพราะพวกเขาระแวงว่าจะมีผู้มาลอบทำร้ายม้าศึกก็เป็นได้”
จางเหลียงกล่าวว่า “มีบางสิ่งที่พวกมันไม่อาจป้องกันได้!”
แล้วจางเหลียงก็ใช้นิ้วชี้ลงบนแผนที่อย่างหนักแน่น
จินเฟิง องค์หญิงเก้าและเฉินจี๋ต่างรีบเข้าไปดูที่จางเหลียงชี้