ู้รบขึ้น พวกทหารม้าได้ประจักษ์ถึงความร้ายกาจของเร่อชี่ฉิวและระเบิดมือเข้า ย่อมรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานได้ พวกมันอาจแตกกระเจิงไปทั่วทุกทิศ ยากที่จะตามจับกุมตัว
ถึงยามนั้น การที่จะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากก็คงจะเป็นเรื่องยากยิ่งนัก
ส่วนวิธีการที่องค์หญิงเก้าเสนอนั้นก็สามารถนำไปปฏิบัติได้
ก่อนอื่นให้มอบของบางอย่างแก่ฝ่ายตรงข้าม ปล่อยให้พวกเขากลับไป จากนั้นค่อย ๆ แอบตามไป แล้วย้ายสนามรบไปทางเหนือ
เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่าชาวตงหมานจะแตกฮือกันไป ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อราษฎรแล้ว
ในเที่ยงวันนั้น จางเหลียงได้ตามต้าหลิวเข้าวัง
จางเหลียงมีพรสวรรค์ด้านการบัญชาการทหารอย่างมาก แต่เนื่องจากเติบโตมาในยุคสังคมศักดินา เมื่อได้เห็นวังหลวงอันโอ่อ่า ก็แสดงอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดที่ล่วงล้ำเข้ามาในห้องทรงงาน พลันได้พบฝ่าบาทประทับอยู่ จางเหลียงจึงรีบคุกเข่าคำนับ
“ไม่ต้องมากพิธี” ฮ่องเต้ตรัส
ด้วยความที่ทรงเอ็นดูจินเฟิงและองค์หญิงเก้าอยู่แล้ว ย่อมมีเมตตาถึงจางเหลียงด้วย ฮ่องเต้จึงทรงโบกพระหัตถ์ให้ลุกขึ้น
“พี่เหลียงมาทางนี้สิ พวกเราเตรียมแผนที่ไว้แล้ว”
จินเฟิงเอ่ยพลางดึงตัวจางเหลียงให้มายังแผนที่เบื้องหน้า
ว่าด้วยเรื่องสำคัญ จางเหลียงยืดหลังตรงและกล่าวว่า “ท่านอาจารย์มีกลยุทธ์ใดหรือไม่?”
“ข้ายังไม่ได้คาดการณ์แผนการใดไว้ แต่องค์หญิงเก้านั้นมีแผนการอยู่”
จินเฟิงเล่าแผนการขององค์หญิงเก้าออกมา
จางเหลียงตั้งใจฟ