ปืนไฟที่ซ่อนในแขนเสื้อ เล็งเหนือหัวเหนี่ยวไกเสียงดังลั่น!
ปัง!
เสียงดังกึกก้องในทันใดกลบเสียงของเหล่าขุนนางทั้งหมด
คานของท้องพระโรงถูกยิงจนเป็นหลุม เศษไม้ร่วงหล่นลงมา
ท้องพระโรงที่เมื่อครู่ยังวุ่นวายราวกับตลาดสด บัดนี้เงียบสงบลงในพริบตา
จินเฟิงเดินไปหยุดตรงหน้าชายชราที่ถ่มน้ำลายใส่องค์หญิงเก้า เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา
ชายชรานั่นถูกจินเฟิงจ้องมองจนใจคอเริ่มสั่น แต่พอเห็นขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊อยู่รายล้อม ก็กลับฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง จึงจ้องเขม็งไปที่จินเฟิงแล้วตวาดว่า “เจ้าเป็นใคร กล้ามาจ้องข้าเช่นนี้!”
“น้ำลายอันน่ารังเกียจนี้…เจ้าเป็นคนถ่มใช่หรือไม่?” จินเฟิงเอ่ยถามพลางชี้ไปที่กองเสมหะบนพื้น
“ข้าถ่มแล้วอย่างไรเล่า!” ชายชรานั่นยังคงยืนกรานเสียงแข็ง
“ดี ยอมรับก็ดี” จินเฟิงกล่าวเสียงเย็น “เป่ยเชียนสวิน! จัดการเขาซะ!”
เป่ยเชียนสวินจึงรีบตรงเข้าไป ไม่พูดพร่ำทำเพลงยกปลอกดาบขึ้นฟาดเข้าที่หน้าของชายชราอย่างแรง
ถึงแม้จะไม่ได้ลงมือเต็มกำลัง แต่ก็ฟาดชายชราจนตาพร่า วิงเวียน ก่อนร่วงลงไปกองกับพื้น
ฟันที่เหลืออยู่ไม่กี่ซี่ก็ถูกตีกระเด็นออกไปอีกหลายซี่
แต่เขายังคงปิดปากพยายามที่จะต่อว่า แต่พอเ