ที่แท้ก็เป็นฮ่องเต้นี่เองที่ทรงปิดบังเหล่าขุนนางทั้งหลาย
“เช่นนั้น พวกเราก็จะได้เข้าเมืองเมื่อใดเล่า?” จินเฟิงเอ่ยถาม
“ไอ้เฝิงเหลียนเฉามันกล่าวว่ารุ่งสางพรุ่งนี้จึงจะเปิดประตูเมืองได้”
“เฝิงเหลียนเฉา เป็นใครกัน?”
“ก็ไอ้ขี้ขลาดประจำกำแพงเมืองนั่นอย่างไรเล่า!” ฉินเจิ้นสบถอย่างเหลืออด “ยืนอยู่บนกำแพงเมืองสูงลิบ มองเห็นได้ไกลหลายสิบลี้ เห็นชาวตงหมานตรงจุดไหนกัน ถึงได้ขี้ขลาดจนไม่กล้าเปิดประตูเมืองเช่นนี้!”
“ท่านแม่ทัพ เฝิงเหลียนเฉามันจงใจกลั่นแกล้งท่านอย่างแน่นอน แม้ไม่อาจเปิดประตูเมืองได้ ปล่อยตะกร้าลงมารับพวกเราขึ้นไปก็ยังดี”
ลูกน้องคนหนึ่งของฉินเจิ้นเอ่ยอย่างขุ่นเคือง
“เฝิงเหลียนเฉาเป็นคนของตระกูลเฝิง คิดอิจฉาทหารชุดเกราะแดงของท่านแม่ทัพมานานแล้ว พอมีโอกาสทำให้ท่านแม่ทัพต้องลำบากใจเช่นนี้ เขาจะยอมปล่อยตะกร้าลงมาหรือ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาอีกคนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน
จินเฟิงได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ
องค์หญิงเก้าและชิ่งซินเหยาต่างก็บอกว่ากองทัพอวี้หลินเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในต้าคัง แต่มาบัดนี้ดูเหมือนภายในกองกำลังนี้ก็ยังมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกอยู่ดี
“พวกเจ้าทั้งสองพอได้แล้ว!”