เรื่องอัปยศอดสูในบ้าน ไม่อาจป่าวประกาศให้ผู้อื่นล่วงรู้ เขาทั้งสองทำให้ฉินเจิ้นรู้สึกเสียหน้ายิ่งนัก จึงรีบตวาดห้ามปราม
แม้จินเฟิงจะไม่ชอบใจฉินเจิ้นนัก แต่ก็มิได้คิดซ้ำเติม เขายิ้มบาง ๆ แล้วสั่งต้าหลิวให้แจ้งผู้คุ้มกันภัยไปตั้งค่ายที่ลานกว้างริมถนนหลวง
“ท่านแม่ทัพฉิน กระโจม” ต้าหลิวยกกระโจมมาให้ “ต้องการให้ข้าส่งคนไปช่วยตั้งกระโจมหรือไม่?”
“ไม่ต้องลำบาก” ฉินเจิ้นยกมือคารวะจินเฟิง “ขอบคุณท่านมาก”
กล่าวจบ เขาและผู้ใต้บังคับชาก็ยกกระโจมจากไป
ครั้นพลบค่ำ ยามท้องฟ้าเริ่มมืดคล้อยลง บริเวณที่พักของผู้คุ้มกันภัยก็ส่งกลิ่นหอมของอาหารโชยมาเป็นระลอก
เบื้องหน้ากระโจมของจินเฟิง บนโต๊ะตัวเล็กมีถ้วยชามวางเรียงรายอยู่ห้าหกใบ
ลั่วหลานคุกเข่าอยู่เคียงข้างจินเฟิง บรรจงคีบเอาแต่เนื้อล้วน ๆ ปราศจากกระดูกให้จินเฟิง
ส่วนที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าว ฉินเจิ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่นั่งแทะขนมแข็ง ๆ พลางคิดไปต่าง ๆ นานา ในใจช่างขมขื่นยิ่งนัก
เขาผู้นั้นเป็นถึงผู้บัญชาการทหารชุดเกราะแดง เป็นทหารรักษาพระองค์ของฮ่องเต้แท้ ๆ แต่กลับกินอาหารได้น้อยกว่าทหารธรรมดาร้อยนายรวมกันเสียอีก