จินเฟิงมาเยือนเมืองหลวงด้วยตนเองเช่นนี้ คงไม่ต้องสงสัยเลยว่ากลุ่มชุดเกราะดำต้องมาด้วยเป็นแน่
หากกลุ่มชุดเกราะดำผนวกกำลังกับผู้คุ้มกันภัยอีกสองพันกว่านายก่อความวุ่นวายขึ้นในเมืองหลวง ผลลัพธ์คงจะเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ในขณะเดียวกัน ฉินเจิ้นก็คิดไม่ตก เหตุใดผู้คุ้มกันภัยจึงมาได้มากมายปานนี้ หน่วยข่าวกรองไม่รับรู้เลยหรือ?
ทันใดนั้นฉินเจิ้นก็สังเกตเห็นเหลาอู่และพรรคพวกยืนอยู่ด้านหลังเกวียน ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เหลาอู่และพรรคพวกแม้จะสวมชุดธรรมดาทั่วไป แต่แววตาและกิริยาท่าทาง ล้วนแต่เป็นทหารผ่านศึกอย่างมิต้องสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้นในมือของเหลาอู่ยังคงกำธนูจ้งหนูไว้แน่น
ผู้คุ้มกันภัยมากมายเช่นนี้กลับไม่ใช้งาน แต่กลับให้ผู้ใช้แรงงานอย่างเหลาอู่ไปดูแลธนูจ้งหนู แม้ฉินเจิ้นจะโง่งมเพียงใด ก็ย่อมคาดเดาเหตุผลออก
“มิน่าเล่า ลั่วหลานถึงกล่าวว่าบริเวณเมืองหลวงมีผู้คุ้มกันภัยมารวมตัวกันเกือบสองพันคน ที่แท้ก็แปลงเป็นคนจากหอการค้ากับกรรมกรนี่เอง!”
“ดูท่าเมื่อเสร็จศึกครานี้ พวกข้าคงต้องจัดระเบียบหน่วยข่าวกรองเสียใหม่แล้ว!”
ในขณะที่ฉินเจิ้นกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ