“ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นหรอก เพียงแต่ระยะนี้อากาศหนาวเหน็บ พวกข้าจึงมิได้เร่งรีบเดินทางเลยกลับมาถึงช้าไปบ้าง”
จินเฟิงกระโดดลงจากหลังม้าพร้อมเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นอย่างไร คิดถึงข้าหรือ?”
“ไม่รู้จักอาย!”
กวานเสี่ยวโหรวหน้าแดงก่ำ เหลือบตามองจินเฟิงครั้งหนึ่ง เมื่อยืนยันว่าจินเฟิงไม่มีอะไรแล้วจึงค่อยสบายใจลง
จากนั้นนางจึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทักทายองค์หญิงเก้า จึงรีบทำตามมารยาทที่ถังเสียวเป่ยสอน นางทำความเคารพองค์หญิงเก้าและกล่าวว่า “ถวายบังคมองค์หญิง”
“พี่สาวไม่ต้องพิธีรีตองกับข้าหรอก!”
ครั้งก่อนองค์หญิงเก้าสำรวจแล้วพบว่ากวานเสี่ยวโหรวมีตำแหน่งสำคัญในใจของจินเฟิงมากเพียงใด นางจึงไม่สามารถทำท่าทางเป็นองค์หญิงเช่นเคย และกระโดดลงจากม้าศึกและเดินเข้าไปหากวานเสี่ยวโหรว
“พี่สาวหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวอกสั่นขวัญแขวน
องค์หญิงเก้ามีอายุมากกว่ากวานเสี่ยวโหรวหนึ่งปี ตอนแรกที่ไปซีเหอวานยังเรียกนางว่าฮูหยินจิน หลังจากนั้นสนิทกันแล้วจึงเรียกว่า เสี่ยวโหรว นี่เป็นครั้งแรกที่องค์หญิงเก้าเรียกนางว่า ‘พี่สาว’
ความหมายที่แฝงอยู่ในนั้น ไม่ต้องพูดก็เข้าใจได้
กวานเสี่ยวโหรวหันไปมองจินเฟิงโดยไม่รู้ตัว