เพียงแต่ว่าข้าวในบ้านของพวกคหบดีเจ้าของที่ดินนั้นได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายต้าคัง จินเฟิงและองค์หญิงเก้าไม่สามารถจัดการกับพวกเขาเช่นเดียวกับที่จัดการกับพวกผู้มีอำนาจได้โดยตรงที่ต้องการให้พวกเขาส่งมอบข้าวออกมา
นอกจากนี้ เจ้าของที่ดินและพวกคนมีเส้นสายในท้องถิ่นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีอิทธิพลในพื้นที่ หากจัดการไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่าย
ดังนั้นในแผนการของจินเฟิงและองค์หญิงเก้านั้น ส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการจัดหาข้าวจากเจียงหนานเป็นหลัก หากสุดท้ายไม่มีวิธีอื่นแล้ว จึงค่อยย้อนกลับมาจัดการกับคหบดีท้องถิ่น”
องค์หญิงเก้าไม่คิดว่าจินเฟิงจะมาขอให้ช่วยดำเนินการ เพราะการบรรเทาทุกข์นั้นเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
“อู่หยาง สองสามวันก่อน ข้าไตร่ตรองอย่างจริงจัง เห็นว่าควรเริ่มลงมือแต่เนิ่น ๆ และไม่ควรรอช้า”
จินเฟิงกล่าวต่อไปว่า “หากรอถึงปีหน้า รอจนข้าวในมือพวกเราใกล้จะหมดแล้วค่อยลงมือ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน พวกเราจะไม่มีเวลาเตรียมการรับมือ
หากลงมือในตอนนี้แล้วสำเร็จ พวกเราจะได้เก็บกักข้าวไว้ซึ่งจะปลอดภัยที่สุด