ันเดียวเท่านั้นและของที่สามารถนำไปได้ก็มีจำกัด ดีที่ปริมาณของที่เขาต้องการนั้นไม่มากมาย คนงานชายจึงจัดเตรียมให้อย่างรวดเร็ว
“นายน้อยโจว คิดค่าใช้จ่ายมาได้เลย”
จินเฟิงหยิบถุงเงินออกจากใต้แขนเสื้อ
“ท่านอาจารย์มาเยือนถึงที่นี่เป็นเกียรติสำหรับข้ามาก ข้าจะกล้ารับเงินจากท่านได้อย่างไร?”
โจวเหยวียนเฉียงโบกมือปฏิเสธ
“ในอนาคตข้าอาจกลับมาอุดหนุนเจ้าอีก หากเจ้าไม่รับเงินไว้ เช่นนั้นก็นำของกลับไปเถิด แล้วข้าจะไม่กลับมาอีกเลย”
แม้ว่าในชีวิตที่แล้วจินเฟิงจะยากลำบากมากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ยิ่งในตอนนี้ที่เขาไม่ได้ขาดแคลนเงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“ท่านอาจารย์ ท่าน…”
เมื่อเห็นทัศนคติที่เด็ดเดี่ยวของจินเฟิง โจวเหยวียนเฉียงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่งให้ลูกจ้างคำนวณราคาออกมา “ท่านอาจารย์ รวมทั้งหมดสามสิบสามตำลึงเงิน ข้าลดให้เหลือสามสิบตำลึงเงินเท่านั้น”
หลังจากสร้างโรงหลอมเหล็กแล้ว จินเฟิงก็ซื้อเหล็กที่จะนำมาถลุงเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ชายหนุ่มมีความเข้าใจตลาดเป็นอย่างดี เขารู้ว่าราคาของที่โจวเหยวียนเฉียงขายให้เขานั้นต่ำมาก หากอีกฝ่ายลดราคาให้เหลือสามสิบตำลึงเงิน นั่นแปลว่าคำสั่งซื้อนี้เจ้าตัวจะไม่ได้กำไรเลย
แต่คราวนี้จินเฟิงไม่หลบเลี่ยงอีกต่อไป เขายิ้มพร้อมกับหยิบแท่งเงินออกมาสามแท่ง มูลค่าแท่งละสิบตำลึงเงิน จากนั้นก็มอบให้โจวเหยวียนเฉียง
“ข้าขอบใจที่ท่านอาจารย์มาอุดหนุนกิจการครอบครัวข้า