ีบเดินเข้าไปหาทันที
“จินเฟิง เจ้าได้พบกับเสียวเป่ยหรือไม่?!”
“ข้าได้พบนางแล้ว”
“เสียวเป่ยเป็นอย่างไรบ้าง?” ถังตงตงถามอย่างกังวล
“นางสบายดี นางได้อาศัยอยู่ในเรือนเล็ก ๆ ที่แยกออกมา และมีหญิงรับใช้คอยดูแลสองคน”
จินเฟิงตบไหล่ถังตงตงและพูดอย่างสบายใจ “อีกอย่างนางได้รับการฝึกอบรมจากหอวาโยวสันต์มาโดยตลอด ปีนี้นางเพิ่งได้รับอนุญาตให้ออกมารับรองแขก แน่นอนว่านางยังคงเป็นหญิงบริสุทธิ์”
เมื่อถังตงตงได้ยินสิ่งที่จินเฟิงพูด สีหน้าของนางก็ผ่อนคลายลงมาก จากนั้นก็ทรุดตัวลงบนพื้นและเริ่มร้องไห้
ในยุคนี้พรหมจรรย์ของหญิงสาวมีความสำคัญมาก นางกังวลมากที่สุดว่าถังเสียวเป่ยจะกลายเป็นนางโลมและต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิต
หญิงสาวทรุดตัวอยู่บนพื้นและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาต่างก็ต้องเบนสายตามามอง และเหลือบไปจ้องจินเฟิงและเถี่ยฉุยด้วยสายตาตำหนิ ราวกับว่าพวกเขาเป็นคนรังแกถังตงตง
ใบหน้าของเถี่ยฉุยแดงขึ้นเพราะความอับอาย อยากจะพาตัวถังตงตงกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมเสียตั้งแต่ตอนนี้
แต่จินเฟิงไม่ได้ใจร้อน เขาเข้าไปยืนเงียบ ๆ ข้าง ๆ ถังตงตงเพื่อคอยปลอบโยน
ถังตงตงเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก หลังจากที่นางทรุดตัวร้องไห้อยู่สักพักก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยและลุกขึ้น
“จินเฟิง เสียวเป่ยว่าอย่างไรบ้าง นางยินดีจะกลับไปกับข้าหรือไม่?”
ถังตงตงเช็ดน้ำตาแล้วถาม
เมื่อนางได้ยินจินเฟิงพูดว่าถังเสียวเป่ยสบายดี นางก็เกิดความกังวลเ