ทำผิด” จินเฟิงเหลือบมองเถี่ยฉุยแล้วพูดว่า “เมื่อกลับไปข้าจะหักเบี้ยเลี้ยงเจ้าออกครึ่งหนึ่ง เจ้าจะได้มีบทเรียน”
“ข้าจะจำไว้” เถี่ยฉุยพยักหน้าด้วยหน้าตาบูดบึ้ง
หลังจากที่จินเฟิงจากไปแล้ว กลุ่มบุรุษที่ยังอยู่ในหอวาโยวสันต์ต่างก็รวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับบทกวีของจินเฟิงกับสหายของพวกเขาอย่างสนุกสนาน แม้แต่แม่เล้าก็ได้รับข่าวในไม่ช้า
“เจ้าว่าอย่างไรนะ? เพลงที่เด็ก ๆ ร้องกันไปทั่วก่อนหน้านี้เขียนโดยจินเฟิงที่มาเมื่อบ่ายนี้อย่างนั้นหรือ?”
“เป็นความจริงอย่างยิ่ง ตอนนี้บรรดานายน้อยที่อยู่ชั้นล่างกำลังคุยกันเรื่องนี้อยู่” หญิงรับใช้ตอบ
“จินเฟิงได้เขียนบทกวีให้เสียวเป่ยใช่หรือไม่? ช่วยอ่านให้ข้าฟังที”
แม่เล้าพูดอย่างไม่อดทน
นอกจากพ่อค้าแล้วลูกค้าส่วนใหญ่ของหอวาโยวสันต์นั้นล้วนเป็นบัณฑิตที่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเก่งกาจกว่าผู้อื่น เอาแต่ขียนบทกวีถึงหญิงสาวไม่เว้นแต่ละวัน
ในช่วงบ่าย นางเพิ่งได้ยินจากหญิงรับใช้ว่าจินเฟิงเขียนบทกวีให้กับถังเสียวเป่ย แต่ในเวลานั้นนางคิดแค่อยากหยุดการพบปะกันแบบส่วนตัวระหว่างทั้งคู่จึงไม่ทันได้ถามว่าจินเฟิงเขียนเกี่ยวกับอะไร
“ทั้งหมดนี้เขียนโดยนายน้อยจินเฟิง และนี่คือบทกวีที่เขาเขียนถึงแม่นางเสียวเป่ย”
หญิงรับใช้ส่วนตัวของแม่เล้าเป็นคนฉลาด นางรีบหยิบบทกวีที่คัดลอกมาสองสามบทออกมาแล้วชี้ไปที่ ‘ฉันทลักษณ์ 40 คำ’
“คิ้วมนโค้งราวกับคีรี เรียวบางดั่งหลิวที่ลู่ลมเล่น วสันตฤดู