พัดเย็นเยียบ ล้ำค่าเปรียบทองพันกว้าน…”
ดวงตาของแม่เล้าเปล่งประกายขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่นางกำลังอ่านบทกวี
จากนั้นนางก็วางจดหมายลงแล้วตบโต๊ะพร้อมเอ่ยชื่นชม “บทกวีนี้เขียนได้ดีมาก!”
ในยุคศักดินา เมื่อความบันเทิงยังล้าหลัง หอนางโลมและโรงเตี๊ยมถือเป็นศูนย์กระจายข่าวทุกประเภท
ครั้งหนึ่ง ‘ทุกข์ของชาวนา’ ได้ถูกแพร่ไปทั่วกวางเหยวียน และเป็นที่รู้จักโดยทั่วกันอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้นแม่เล้าถึงกับคร่ำครวญว่าคงจะดีไม่น้อยหากผู้แต่ง ‘ทุกข์ของชาวนา’ เขียนบทกวีให้หญิงสาวในหอวาโยวสันต์
ใครจะรู้ว่าอีกไม่นานความฝันก็เป็นจริง
“แต่สุภาพบุรุษชั้นล่างต่างก็บอกว่าบทกวีอื่น ๆ ดีกว่า พวกเขาบอกว่าบทกวีนี้ดาษดื่นเกินไปและไม่ยิ่งใหญ่”
หญิงรับใช้ไม่เพียงแต่รวบรวมบทกวีของจินเฟิงเท่านั้น แต่ยังสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของนายน้อยในบทกวีหลายบทอีกด้วย
“พวกเขาไม่ใช่นายแม่ของพวกเจ้า แน่นอนว่าพวกเขาคงคิดว่าบทกวีอื่น ๆ นั้นดีกว่า”
แม่เล้าพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านอาจารย์จินเฟิงเขียนบทกวีนี้สำหรับเสียวเป่ยของเราโดยเฉพาะ เป็นเรื่องปกติที่ชื่อเสียงของนางจะเป็นที่ประจักษ์ขึ้น ตราบใดที่ชื่อเสียงของท่านอาจารย์จินยังคงอยู่และเสียวเป่ยยังมีบทกวีนี้อยู่กับตัว ความมั่นใจในการคัดเลือกฮวาขุยครั้งนี้ย่อมเพิ่มมากขึ้น!”
หลังจากพูดจบ นางก็หยิบกระดาษขึ้นมาอีกครั้งและอ่านบทกวีที่เหลือ หลังจากนั้นครู่หนึ่ง นางก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า “บทกวีเห