ีอาคารไม้สี่ชั้น ชั้นแรกเป็นโถงต้อนรับ ชั้นสอง สาม และสี่เป็นห้องสำหรับแขกที่มาพัก
ด้านหลังอาคารไม้มีลานเล็ก ๆ อยู่ด้านใน
แม่เล้าและหญิงสาวที่เป็นที่นิยมล้วนอาศัยอยู่ในเรือนเล็ก ๆ นี้
ผู้ดูแลเดินนำจินเฟิงไปที่เรือนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง “นี่คือเรือนของแม่นางเสียวเป่ย”
เรือนนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่ ทางเหนือมีบ้านอิฐสามหลังหันหน้าไปทางทิศใต้และมีกำแพงล้อมเป็นวงกลม
มีโต๊ะเล็ก ๆ มากกว่ายี่สิบโต๊ะวางอยู่ด้านหน้าพร้อมม้านั่งเล็ก ๆ วางอยู่ด้านหลัง
ในเวลานี้มีคนมากกว่าสิบคนนั่งอยู่หลังโต๊ะแล้ว
ผู้ดูแลพบโต๊ะว่างสองโต๊ะทางฝั่งตะวันตก “เชิญนายท่านทั้งสองที่นี่ อีกครู่เดียวแม่นางเสียวเป่ยก็คงจะออกมาแล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็รอให้จินเฟิงมอบรางวัลให้เขาอย่างคาดหวัง
แต่ดูเหมือนว่าบัณฑิตหนุ่มจะมองไม่เห็นความคาดหวังดังกล่าวจึงโบกมือส่ง ๆ แล้วพูดว่า “เอาล่ะ เจ้าออกไปได้”
“ท่านอาจารย์ เสี่ยวเอ้อร์บอกว่าหากเข้ามาดื่มน้ำชาที่หอวาโยวสันต์ ควรจ่ายรางวัลจำนวนหนึ่งให้กับผู้ดูแลที่นำทางมา ไม่เช่นนั้นจะถูกครหาเอาได้”
เถี่ยฉุยโน้มตัวเข้าไปใกล้หูของจินเฟิงและกระซิบ
“ข้าไม่ตบเขาไปสองฉาดก็ดีแค่ไหนแล้ว ยังต้องการสิ่งตอบแทนอีกหรือ”
จินเฟิงเหลือบมองผู้ดูแล “ออกไป!”
ชายหนุ่มรู้ดีว่าตัวเขาไม่ใช่คนขี้เหนียว เมื่อเห็นความทุกข์ทรมานของเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน เขายังยอมปล่อยให้เด็ก ๆ ไปทำงานที่โรงงานสิ่งทอได้ แม้ว่ามันจะสร้างความวุ่นวายก็ตา