อำเภอแห่งหนึ่งเท่านั้น และของหลายอย่างที่จินเฟิงต้องการก็หาซื้อที่นั่นไม่ได้ ทำให้แผนการที่จะพัฒนาบางอย่างของเขาไม่สามารถดำเนินการต่อและต้องหยุดชะงัก
อีกอย่างจินชวนยังมีประชากรไม่มากและกำลังการบริโภคก็มีจำกัดมาก ตอนนี้บัณฑิตหนุ่มไม่คิดอะไรมาก แต่เมื่อถึงวันที่เขาพัฒนาและไปได้ไกลกว่านี้ เขาจะออกจากจินชวนอย่างแน่นอน
พวกเขาออกเดินทางตอนรุ่งสางโดยการขี่ม้าและเพิ่งจะมาถึงเฮยเฟิงหลิ่งเอาตอนนี้ หากพวกเขาลากเกวียนมาอาจใช้เวลานานกว่าหนึ่งวัน
หากในอนาคตสามารถสร้างสะพานเพื่อขนส่งสินค้าจากซีเหอวานไปยังตัวเมืองได้ก็น่าจะช่วยประหยัดเวลาได้เป็นวันเลยทีเดียว
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ จินเฟิงจึงพูดว่า “เถี่ยฉุย เจ้าหาที่แวะพักที พวกเราจะขึ้นไปบนเฮยเฟิงหลิ่ง”
“ท่านอาจารย์ เฮยเฟิงหลิ่งเป็นเพียงภูเขาแห้งแล้ง มีอะไรน่าดูอย่างนั้นหรือ?”
เถี่ยฉุยกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เราต้องรีบออกเดินทาง ไม่เช่นนั้นฟ้าจะมืดก่อนที่จะไปถึงเขตหลิ่วเหอ และพวกเราอาจต้องพักอยู่บนภูเขา”
“ข้าจะขึ้นไปดู เฮยเฟิงหลิ่งไม่สูง ใช้เวลาไม่นานหรอก”
จินเฟิงกล่าวว่า “ตอนลงจากเขาพวกเราก็แค่เร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นเท่านั้น”
“เอาเช่นนั้นก็ได้”
เมื่อเห็นจินเฟิงยืนกราน เถี่ยฉุยจึงหันกลับมาและตะโกน “โหวจื่อ! เจ้ามุ่งหน้าไปก่อนและหาทางขึ้นเขาที่สะดวก ๆ”
“ได้เลย!”
โหวจื่อตอบตกลงแล้วเคลื่อนม้าไปข้างหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมาด้วยสีหน้าแปลก ๆ
“ท่านอาจารย