็นำไปทำเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย ข้าไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะ”
ซานเหยียเหยี่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าน่ะสิ ตอนนี้ทุกอย่างยังไม่สงบ มีโจรออกอาละวาด ระวังตัวกันด้วยเล่า”
“เถี่ยฉุย ปกป้องทุกคนให้ดี หากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นล่ะก็ เจ้าไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”
จางเหลียงเองก็มองไปที่เถี่ยฉุยเช่นกัน
“พี่เหลียงไม่ต้องห่วง ข้าพาไปแต่สหายที่มีฝีมือ หากพวกโจรอยากตายก็นับว่าเป็นโชคร้ายของพวกเขาแล้ว”
เถี่ยฉุยทุบหน้าอกของตนเองและพูดอย่างมั่นใจ “ข้ารับประกันได้ว่าวันนี้มีคนออกไปกี่คน ข้าก็จะพาพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน หากเส้นผมของผู้ใดหายไปแม้แต่เส้นเดียว เจ้าทุบหัวข้าได้เลย!”
“เถี่ยฉุย เจ้าก็พูดไปนั่น”
ชิ่งมู่หลานเบิกตากว้างและเอื้อมมือไปดึงเส้นผมของเสี่ยวเอ๋อโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว “ผมของเสี่ยวเอ๋อหายไปหลายเส้น พี่เหลียง จัดการเขาเลย!”
เสี่ยวเอ๋อหน้ามุ่ย “…”
เถี่ยฉุยหน้าเจื่อน “…”
จางเหลียงหน้าตาบอกบุญไม่รับ “…”
“เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว”
จินเฟิงโบกมือให้จางเหลียงและคนอื่น ๆ จากนั้นจึงขึ้นหลังม้า
ทุกคนต่างก็เฝ้าดูขบวนของบัณฑิตหนุ่มค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามแนวถนนบนภูเขา
ไม่มีใครรู้ว่า บนเนินเขารกร้างห่างจากทางเข้าหมู่บ้านไปสองลี้จะมีคนสองคนจ้องมองขบวนดังกล่าวอยู่อย่างใกล้ชิด
“รีบไปแจ้งพี่ใหญ่เร็วเข้า จินเฟิงได้พาคนออกจากซีเหอวานแล้ว!”