องประดับอะไรติดตัวเลย…”
กวานเสี่ยวโหรวเคยชินกับความยากลำบากและไม่ค่อยสวมใส่เครื่องประดับ นางลูบคลำตามร่างกายของตนเองแต่ไม่พบสิ่งใดที่จะมอบให้โจวจิ่นได้
ในที่สุดนางก็เอื้อมมือไปดึงปิ่นกลัดมวยผมบนศีรษะออกอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่มีของมีค่าใดติดตัว ปิ่นกลัดมวยผมนี้ อาจารย์ของเจ้านำมันกลับมาจากชายแดนและมอบให้แก่ข้า ข้าให้เจ้า”
“อาจารย์หญิง ท่านอาจารย์มอบสิ่งนี้ให้แก่ท่าน มันไม่เหมาะกับข้าหรอก”
โจวจิ่นรีบโบกมือ
“ต่อจากนี้เราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน มีสิ่งใดไม่เหมาะสมอย่างนั้นหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวนำปิ่นกลัดลงบนมวยผมของโจวจิ่น “อย่ายุกยิกไปมา ไม่เช่นนั้นข้าจะโกรธแล้ว”
“โจวจิ่นขอบคุณอาจารย์หญิง”
โจวจิ่นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องโค้งคำนับและยอมรับมัน
“เด็กโง่ เจ้ารีบคำนับเร็วเกินไปแล้ว ไว้ถึงตอนที่ทำพิธีไหว้ครูเจ้าค่อยคำนับก็ได้”
ถังตงตงพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร ข้ายินดีที่จะคำนับท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงทุกวัน!”
โจวจิ่นพูดด้วยรอยยิ้ม
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าตั้งแต่จินเฟิงรับนางเป็นศิษย์ นางก็มีความสุขมาก
“ท่านอาจารย์จิน ข้ายินดีด้วย”
ชิ่งมู่หลานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ตอนนี้ไม่เรียกข้าว่าคนแซ่จินแล้วหรือ?”
จินเฟิงเอ่ยด้วยความขุ่นเคืองเล็ก ๆ
“ผู้ใดจะกล้าดูหมิ่นท่านอาจารย์กันเล่า?”
ชิ่งมู่หลานแสร้งทำเป็นมึนงง
จินเฟิงเหลือบมองชิ่งมู่หลานที่อยู่ข้าง ๆ และขี้เกียจเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับนาง
“ท่านอาจารย์