อย่าโกรธเคืองข้าเลย ข้าผิดไปแล้ว”
ชิ่งมู่หลานยกยิ้มและยอมรับความผิดพลาด จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “อย่างไรก็ตาม การรับลูกศิษย์ถือเป็นเรื่องใหญ่ เจ้าเตรียมจัดพิธีไหว้ครูเมื่อใดหรือ?”
“ฤกษ์ที่ดีคือฤกษ์ที่สะดวก พรุ่งนี้แล้วกัน อีกเดี๋ยวข้าจะไปที่โรงหลอมเหล็กแล้วถามหม่านชางก่อนว่าเขาเต็มใจหรือไม่”
จินเฟิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก
“เขากล้าที่จะไม่เต็มใจด้วยหรือ?”
ถังตงตงและหม่านชางค่อนข้างสนิทกันอยู่แล้ว นางกำหมัดแน่นและพูดว่า “หากว่าเขาไม่ยินดี ข้าจะไปบอกพี่เหลียงให้ช่วยหักขาเขาอีกข้าง!”
“เจ้าไปเรียนรู้ความร้ายกาจนี้มาตั้งแต่เมื่อใด? ถึงกับคิดจะหักขาของเขาแล้วหรือ เช่นนั้น เหตุใดเจ้าไม่โยนเขาเข้าเตาเผาแล้วเผาเสียเลยเล่า?”
จินเฟิงพูดด้วยความโกรธ “ในอนาคตไปมาหาสู่กับชิ่งมู่หลานให้น้อยลงหน่อย”
“หืม เจ้าพูดให้ชัดเจนนะ ข้าเป็นอย่างไรหรือ?!”
ชิ่งมู่หลานที่เพิ่งเอ่ยขอโทษเกิดความขุ่นเคืองขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “เจ้าพูดมาให้มันชัดเจนเลยดีกว่าว่าคนอย่างข้ามันเป็นอย่างไร?!”
“เจ้าก็เป็นวีรสตรีที่เก่งกาจไม่แพ้วีรบุรุษอย่างไรเล่า พอใจหรือยัง?”
วันนี้จินเฟิงยังมีเรื่องที่ต้องสะสาง เขาไม่อยากที่จะเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับชิ่งมู่หลาน
“ถือว่าเจ้ารอดตัวไป!”
ชิ่งมู่หลานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เอาล่ะ หากกินอิ่มแล้วพวกเราก็กลับกันเถิด อาเหมย”
“ช้าก่อน ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า”
จินเฟิงเรียก